ถนนแห่งอาหารในกรุงเทพฯ โดนใจนักท่องเที่ยว

ถนนแห่งอาหารในกรุงเทพฯ โดนใจนักท่องเที่ยว

ถนนแห่งอาหารในกรุงเทพฯ โดนใจนักท่องเที่ยว

สำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนไทยครั้งแรก ๆ จะรู้ได้เลยว่า ไม่ใช่เรื่องยากแต่อย่างใด ที่จะมองหาร้านอาหารข้างทาง ที่มีเรียงรายอยู่ตามถนนเกือบทุกซอกทุกมุม ซึ่งเต็มไปด้วยอาหารไทยรสชาติแสนอร่อยมากมาย เช่น ก๋วยเตี๋ยว หมูปิ้ง ผัดไทย และอื่น ๆ ที่สามารถหาทานได้ง่ายมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถนนสายอาหารเหล่าในกรุงเทพฯเหล่านี้ ที่เก็บรวบรวมของอร่อยไว้มากมาย ซึ่งต้องแวะไปเยือนให้ได้

1.เยาวราช ไชน่าทาวน์

หากชื่นชอบในรสชาติของอาหารไทย เรียกได้ว่า ไม่มีที่ไหนเทียบเท่าได้กับถนน “เยาวราช” แน่นอน เนื่องจากที่แห่งนื้คือย่านไชน่าทาวน์ จึงทำให้เต็มไปด้วยของอร่อยมากมาย มีจุดเด่นตรงร้านอาหารรถเข็นที่มากกว่า 100 ร้านค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อตกดึกที่แห่งนี้ก็จะยิ่งคึกคักและเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวจากหลายเชื่อชาติ

ที่สำคัญย่านไชน่าทาวน์แห่งนี้ ยังถือว่า เป็นถนนสายหารในตำนานแห่งหนึ่งของประเทศไทยอีกด้วย เพราะมีประวัติที่ยาวนานกว่า 200 ปี ตั่งแต่ครั้งที่กรุงเทพฯ ยังคงเป็นศูนย์การค้าหลักของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเชียงใต้เลยทีเดียว

2.ถนนรามบุตรี หรือซอยรามบุตรี

ถนนแห่งนี้ ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ เพราะเต็มไปด้วยเมนูอาหารรสชาติอร่อย ที่มีให้เลือกมากมาย สำหรับจุดเด่นของถนนรามบุตรีแห่งนี้ คือความสงบที่ไม่ค่อยมีความวุ่นวาย แตกต่างจากถนนสายอื่น ๆ

ที่สำคัญ ถนนรามบุตรีได้ถูกปรับโฉมใหม่แล้ว จึงเปรียบเสมือนกับขุมทรัพย์อาหารแห่งใหม่ในเมืองกรุงเทพฯไม่มีผิด นอกจากนี้แล้ว อาหารที่นี่ยังมีราคาถูกเป็นมิตรต่อเงินในกระเป๋าอีกด้วย ทำให้ถนนรามบุตรีแห่งนี้ เป็นอีกหนึ่งทางเลือกยอดนิยมของนักท่องเที่ยว

3.ถนนบางลำพู

ถนนบางลำพู ถือเป็นย่านที่มีความเก่าแก่ในกรุงเทพฯแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ไม่ไกลจากริมแม่น้ำเจ้าพระยาและพระบรมมหาราชวัง ที่แห่งนี้ จึงเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวแบคแพกเกอร์จากหลายเชื่อชาติจำนวนมาก ซึ่งถนนบางลำพูนั้น กินพื้นที่ไปถึงถนนข้าวสาร จึงสามารถเดินลัดเลาะไปเที่ยวตามสถานบันเทิงได้อีกด้วย

นักท่องเที่ยวที่มาพักผ่อนสุดสัปดาห์หรือจะเป็นผู้อยู่อาศัยในระแวกนี้ บางลำภูคือสถานที่ที่ควรแวะมา เพราะถนนอาหารสายนี้ เต็มไปร้านอาหารขึ้นชื่อราคาถูกรสชาติดี ที่ทำให้ใครหลายคนติดใจ

เทรนด์ท่องเที่ยวเชิงเชิงอนุรักษ์ กับความสำคัญของอาเซียน

เทรนด์ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ กับความสำคัญของอาเซียน

เทรนด์ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ กับความสำคัญของอาเซียน

            มีหลายปัจจัย ที่สามารถส่งเสริมการท่องเที่ยวในภูมิภาคอาเซียนได้ เช่น ธรรมชาติและสภาพแวดที่มีเสน่ห์ชวนหลงไหล การเพิ่มขึ้นของจำนวนนักท่องเที่ยวชนชั้นกลาง การเติบโตของสายการบินต้นทุนต่ำ หรือนักท่องเที่ยววัยเกษียณ ที่นิยมเดินทางเพื่อต้องการพักผ่อนควบคู่กับการบำบัดรักษาตัว เป็นต้น

จากงานประชุมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ของสมาคมอาเซียน ณ เมืองปากเซ ที่มีประเทศลาวเป็นเจ้าภาพจัดงานครั้งแรก ในฐานะประธานของอาเซียน ซึ่งไทยและลาวได้ร่วมลงนามในข้อตกลง ในเรื่องการท่องเที่ยวข้ามพรมแดน ที่ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มความสัมพันธ์และการค้าในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์

ประเทศลาว ทุ่มทุนไปกับโครงการต่าง ๆ เพื่อรองรับการท่องเที่ยว

ในช่วงที่ผ่านมากนั้น ประเทศลาวได้ทุ่มทุนไปกับโครงสร้างพื้นฐานในด้านสาธารณูปโภคและการคมนาคม เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกำจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้แล้ว ยังมีโครงการขยายสนามบินนานาชาติวัดไต และปรับปรุงสนามบินอีกหลายแห่ง ด้วยงบกว่า 61 ล้านดอลลาร์ โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จ ในปี ค.ศ. 2018 นี้

ทั้งนี้ ธุรกิจท่องเที่ยวเชิงอนุรักษณ์ในลาวถือว่ามีขนาดใหญ่ เนื่องจากประเทศแห่งนี้ เต็มไปด้วยทรัพยากรทางธรรมชาติ อีกทั้งยังมีสถานที่เอื้ออำนวยต่อการท่องเที่ยวอย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการเดินป่า การปั่นจักรยานตามเขตป่าสงวนและชุมชนท้องถิ่น ไปจนถึงการพายเรือและล่องแก่ง และอีกมากมาย

การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ถือเป็นเรื่องท่าทายอย่างยิ่ง

Raphael Kern ว่าที่ผู้จัดการทั่วไปของบริษัทนำเที่ยว Diethlem ในลาว เผยว่า การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์นั้น ถือเป็นความท้าทายอย่างหนึ่ง เพราะต้องมีการจัดโปรแกรมท่องเที่ยว ให้มีความเหมาะสมกับลูกค้าของแต่ละประเทศมากที่มีความต้องการแตกต่างกัน

ผู้จัดการท่านนี้ยังบอกอีกว่า หากเป็นนักท่องเที่ยวชาวจีน ทางบริษัทนำเที่ยว จำเป็นต้องมีเจ้าหน้าที่ที่สามารภพูดภาษาได้หลายคนไว้คอยบริการ ส่วนนักท่องเที่ยวชาวเกาหลีใต้ส่วนมากนิยมชอบช่วยเหลือตนเอง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากยุโรปจะมีความนิยมชมชอบการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์มากที่สุด

ประเทศลาวต้องเร่งมือ ตามการท่องเที่ยวในประเทศภูมิภาคอาเซียนให้ทัน

Klaus Schwettmann ตำแหน่งที่ปรึกษาด้านการท่องเที่ยวแบบยั่งยืนของบริษัท Green Discovery ให้ความเห็นว่า การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ประเทศลาวยังคงตามหลังประเภทเพื่อนบ้านในภูมิภาคนี้ ไทยยังคงมีความได้เปรียบกว่าเนื่องจากสถานที่ท่องเที่ยวหลายลาย โดยฉพาะชายหากที่สวยงาม

ทั้งนี้ ประเทศเมียนม่า ก็กำลังก้าวมาเป็นคู่แข่งรายใหม่ เนื่องจากมีทั้งธรรมชาติและวัฒนธรรมที่หลากหลาย ดังนั้นรัฐบาลลาวจำเป็นต้องเพิ่มการสนับสนุนภาคการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์มากกว่านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในด้านการออกนโยบายเพื่อปกป้องรักษาสิ่งแวดล้อม

ไทยอันดับ 4 ของเอเชีย โรงแรมที่นักท่องเที่ยวต้องการเข้าพัก

ไทยอันดับ 4 ของเอเชีย โรงแรมที่นักท่องเที่ยวต้องการเข้าพัก

ไทยอันดับ 4 ของเอเชีย โรงแรมที่นักท่องเที่ยวต้องการเข้าพัก

            โรงแรมในประเทศไทยสามารถติดอยู่ในอันดับ 4 ของเอเชีย ที่มีนักท่องเที่ยวต้องการเข้าพักมากที่สุด จากผลการตัดสินโรงแรมในดวงใจประจำปี 2018 จากนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่ใช้บริการจองที่พักผ่าน Hotel.comTM เป็นรองแค่เวียดนาม สำหรับโรงแรม 39 แห่งในประเทศไทย ถูกรับเลือกให้เป็นโรงแรมในดวงใจ ซึ่งกรุงเทพฯยังคงครองอันดับ 1 ส่วนโรงแรมในไทยที่ได้รับรางวัลโรงแรมในดวงใจนั้น มีถึง 10 แห่งด้วยกัน

สำหรับการมอบรางวัลโรงแรมในดวงใจดังกล่าว มาจากผลคะแนนของแขกผู้มาเข้าพักกว่า 25 ล้านคน ที่ใช้บริการจองที่พักผ่านเว็บไซต์ Hotel.com ทั้งนี้โรงแรมที่เข้ามาติดอันดับได้จะต้องได้คะแนนโหวต 9.4 คะแนน (จาก 10 คะแนน) หรือมากกว่านั้น

โรงแรมในกรุงเทพฯ ติดอันดับถึง 10 แห่ง

ในจังหวัดต่าง ๆ ทั่วไทย กรุงเทพฯยังคงเป็นจังหวัดที่มีโรงแรมหรูระดับ 5 ดาวและโรงแรมบูติดที่ติดอันดับชนะใจนักท่องเที่ยวมากที่สุดถึง 10 แห่งด้วยกัน ได้แก่ บ้านพระยาจ่าแสน, ดาราศรม โคโลเนียลเฮ้าส์, โรงแรมเวฟ กรุงเทพฯ, โรงแรมแมนดาริน โอเรียลเต็ล กรุงเทพฯ, โรงแรมเพนนินซูลา กรุงเทพฯ, โรงแรมอีสติน แกรนด์ สาธร, โอเรียลเต็ล เรสซิเดนซ์ กรุงเทพฯ, ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ และสุดท้าย เซอร์ยา กรุงเทพฯ

โรงแรมที่นักท่องเที่ยวโหวตว่าดีที่สุดแบ่งออกเป็น 7 หมวดด้วยกัน

1.โรงแรมสำหรับนักธุรกิจ: ได้แก่ โรงแรม เคมพินสกี กรุงเทพฯ, โรงแรมสุโขทัย กรุงเทพฯ

2.โรงแรมประเภทสปายอดเยี่ยม: ได้แก่ เจดับบลิว แมริออท ภูเก็ต รีสอร์ท แอนด์สปา, ไม้ขาวมันดารา รีสอร์ท แอนด์ สปา กะรนบีช, กะรน

3.ประเภทโรงแรมสุดหรู: ได้แก่ กีมาลา, กมลา พุทธรักษา หัวหิน รีสอร์ท

4.โรงแรมสำหรับครอบครัว: ได้แก่ โรงแรมไอคอน ภูเก็ต, กะรน บันยันทรี กรุงเทพฯ

5.โรงแรมสำหรับผู้มาเยือนครั้งแรก: ได้แก่ พาร์ค ไฮแฮท, กรุงเทพ โรงแรม เดอะ สลิล สุขุมวิท 57 – ทองหล่อ

6.โรงแรมติดชายหาดยอดเยี่ยม: ได้แก่ เทวาศรม หัวหิน รีสอร์ท ชะอำ เอาท์ทริกเกอร์ ลากูน่า ภูเก็ต บีชรีสอร์ท, เชิงทะเล

7.โรงแรมบูติค: ได้แก่ สรียา วิลล่า แอนด์ สวีทเกาะสมุย, ภารีสา รีสอร์ท ภูเก็ต

ผลการโหวตลงคะแนนดังกล่าว พบว่า ในกลุ่ม 5 ประเทศอันดับแรกมีโรงแรมที่ได้รับเลือกว่า “ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมากที่สุด” อเมริกายังนำโด่งเหนือประเทศอื่นด้วยจำนวนโรงแรมกว่า 1,498 แห่ง หากเทียวกับอิตาลีที่มีโรงแรมได้รับเลือกเพียง 232 แห่ง และสหราชอาณาจักรอังกฤษ 192 แห่ง แคนาดา 126 แห่ง และสเปน 101 แห่ง

Samui Asia Music Festival 2018

งานเทศกาลดนตรีสมุย Samui Asia Music Festival 2018

งานเทศกาลดนตรีสมุย Samui Asia Music Festival 2018

ททท.สำนักงานเกาะสมุย ประกาศการจัดงานเทศกาลดนตรีสมุยเอเชียครั้งแรกในงาน Samui Asia Music Festival 2018 ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 18-19 สิงหาคม 2561  ณ พรุเฉวง อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี

งานเทศกาลดนตรีสมุยเอเชียมิวสิคอวอร์ดครั้งนี้ มีประสบการณ์ทางดนตรีที่ยอดเยี่ยมของเอเชีย ททท. ภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในการจัดงานและสนับสนุนการจัดงานระดับโลกอีกครั้งหนึ่งในเมืองไทยซึ่งคาดว่าจะดึงดูดความสนใจของชาวเกาะสมุยและชาวต่างชาติได้มากขึ้น

Samui Asia Music Festival ได้รับการจัดอย่างสมบูรณ์แบบด้วยแนวคิดการสื่อสารแบบใหม่ ซึ่งเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับประเทศไทยทั้งจากมุมมองใหม่และที่มีอยู่

เทศกาลดนตรีสมุยเอเชียมิวสิค 2018 พร้อมกับเพลงแนวน่าฟังจะนำเสนอเทศกาลอาหารที่ผู้คนเลือกมากมายในอาหารและเครื่องดื่มในตลาดของเทศกาล เป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่สัญญาว่าจะเป็นงานเทศกาลที่น่าตื่นเต้นสนุกสนานและน่าตื่นเต้นเทศกาล

เพื่อส่งเสริมและประชาสัมพันธ์กิจกรรมการท่องเที่ยวทางด้านดนตรีของเกาะสมุย และกระตุ้นให้เกิดการเดินทางของนักท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียเข้ามาในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียง รวมถึงการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของจังหวัด ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้ถือเป็นเทศกาลดนตรีบนเกาะสมุยครั้งแรกที่ได้รวบรวมศิลปินทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีชื่อเสียง มาร่วมสร้างความประทับใจ โดยเข้าชมฟรี นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจำหน่ายสินค้าของที่ระลึกต่างๆกว่า 200 บูธในราคาย่อมเยาอีกด้วย

ททท. เปิดตัวโครงการ อส. Social ชวนคนรุ่นใหม่ไปเที่ยวและนอนโฮมสเตย์ชุมชน

ททท. เปิดตัวโครงการ อส. Social ชวนคนรุ่นใหม่ไปเที่ยวและนอนโฮมสเตย์ชุมชน

ททท. เปิดตัวโครงการ อส. Social ชวนคนรุ่นใหม่ไปเที่ยวและนอนโฮมสเตย์ชุมชน

 

ททท. เปิดตัวโครงการ อส. Social อาสาสมัครชาวโซเชียล ร่วมโปรโมทชุมชนให้กระฉ่อนโซเชียล ชวนคนรุ่นใหม่ไปเที่ยวและนอนโฮมสเตย์ชุมชน แบบวันไนท์ สเตย์ วิท โลคอล One Night Stay with Locals”

 

กรุงเทพ 16 กรกฎาคม 2561 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) , บริษัท มิตรแท้ประกันภัย จำกัด (มหาชน) , บริษัท เอวิส เรนท์ อะ คาร์ , Read Me.me (รีดมีดอทมี) , เว็บไซต์ท่องเที่ยวทราเวลไอโกดอทคอท เปิดตัวโครงการ อส. Social รวมพลังอาสาสมัครชาวโซเชียลช่วยโปรโมทชุมชนไทยให้กระฉ่อนโซเชียล ชวนคนรุ่นใหม่ไปเที่ยวชุมชน

 

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่าการส่งเสริมให้คนรุ่นใหม่ไปเที่ยว

ททท. เปิดตัวโครงการ อส. Social ชวนคนรุ่นใหม่ไปเที่ยวและนอนโฮมสเตย์ชุมชน
ททท. เปิดตัวโครงการ อส. Social ชวนคนรุ่นใหม่ไปเที่ยวและนอนโฮมสเตย์ชุมชน

ชุมชน เป็นหนึ่งในโจทย์สำคัญของการทำการตลาดท่องเที่ยวชุมชน

จากข้อมูลที่ ททท. สำรวจความคิดเห็นของนักเดินทางคนรุ่นใหม่ พบว่า คนรุ่นใหม่ต้องการไปชุมชนที่มีกิจกรรมสนุก มีที่ให้ถ่ายรูปสวยๆ ไว้อัพเดทโปรไฟล์ มีอาหารท้องถิ่นที่นำเสนออย่างน่าสนใจเห็นแล้วต้องถ่ายรูป มีที่พักเก๋ๆ น่ารัก น่านอน และกลุ่มคนรุ่นใหม่ มองว่าข้อมูลชุมชนท่องเที่ยวที่ปรากฏอยู่บนสื่อออนไลน์ สื่อโซเชียลมีอยู่น้อยมาก ซึ่งยังไม่สามารถสร้างแรงบันดาลใจมากพอ

จากข้อมูลนี้ ททท. ได้นำมาเป็นแนวทางในการทำงานโดยเริ่มจากการคัดสรรชุมชนท่องเที่ยวตามโจทย์ ความสนใจของคนรุ่นใหม่ และเชิญทีมนักออกแบบจากคณะมนุษยศาสตร์และการจัดการการท่องเที่ยวมหาวิทยาลัยกรุงเทพ มาช่วยเพิ่มเติมเสน่ห์ชุมชนให้โดนใจคนรุ่นใหม่ ด้วยการออกแบบการนำเสนออาหารท้องถิ่น

 

 

 

 

จัดระเบียบโรงแรมเถื่อนเข้าสู่ระบบ เพิ่มรายได้การท่องเที่ยว

จัดระเบียบโรงแรมเถื่อนเข้าสู่ระบบ เพิ่มรายได้การท่องเที่ยว

จัดระเบียบโรงแรมเถื่อนเข้าสู่ระบบ เพิ่มรายได้การท่องเที่ยว

            ปัญหาโรงแรมเถื่อน” ส่งผลกระทบต่อประเทศชาติในหลายด้าน โดยเฉพาะทางด้านการท่องเที่ยวที่ส่งผลให้ประเทศชาติไม่ได้รับเงินอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย เนื่องจากโรงแรมเถื่อนไม่ได้จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายกำหนดเพียงเพื่อต้องการเลี่ยงภาษีเท่านั้น แต่ยังทำให้เกิดปัญหาการตัดราคาค่าห้องพักเช่นกัน

ดังนั้น แม้ว่าในแต่ละปีประเทศไทยจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวมาเยือนเป็นมากขึ้น แต่ปัญหาคือรายได้และการเติบโตที่ไม่สัมพันธ์กัน อันเนื่องมาจาก อัตราค่าห้องพักเฉลี่ยในธุรกิจโรงแรมไทย อยู่ในอันดับ 3 ในสเกลต่ำที่สุดของภูมิภาคอาเซียน ทั้ง ๆ ที่ไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวเติบโตมกาที่สูงสุดเป็นอันดับ 1 ต่างจากประเทศสิงคโปร์อย่างสิ้นเชิง ที่ถึงแม้จะมีจำนวนนักท่องเที่ยวน้อยกว่า แต่อัตราค่าห้องพักเฉลี่ยพบว่าสูงมาก หากเทียบกับปี 2557 จะพบว่าอัตราค่าห้องพักเฉลี่ยของโรงแรมในไทยจะอยู่ที่ 130 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อคืนเท่านั้น ส่วนที่สิงคโปร์ เฉลี่ยอยู่ที่ 280 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อคืน!!

เตรียมจัดระเบียบโรงแรมเถื่อน เข้าสู่ระบบ

ช่วงเวลาที่ผ่านมาภาครัฐฯ มีความพยายามเร่งมือแก้ไขให้พ.ร.บ.โรงแรม มีความยืดหยุ่นมากขึ้นเพื่อให้บรรดาโรงแรมเถื่อนที่มีอยู่มากมายในประเทศ สามารถเข้ามายื่นขอจดทะเบียนเข้าสู่ระบบได้ง่ายขึ้น ซึ่งแตกต่างจากเดิมที่จะมีข้อกำหนดระบุเอาไว้ในเรื่องของที่จอดรถ และเรื่องของล็อบบี้ ที่ไม่ค่อยมีความสำคัญมาก และไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องของความปลอดภัย แต่ทว่า ทุกวันนี้มีการแก้ไข พ.ร.บ.โรงแรม ให้มีความยืดหยุ่นยิ่งขึ้น

ทั้งหมดนี้ ทางภาครัฐจะเร่งประชาสัมพันธ์ต่อไป เพื่อจูงใจให้โรงแรมเถื่อนทั้งหลายเหล่านี้เข้าสู่ระบบมากขึ้น ควบคู่ไปกับการดำเนินโครงการต่าง ๆ ของรัฐบาลที่เกิดขึ้นเพื่อกระตุ้นและส่งเสริมการท่องเที่ยว ทั้งเรื่องการลดหย่อนภาษี และโครงการด้านการตลาดของหน่วยงานด้านการท่องเที่ยว ซึ่งจะเปิดโอกาศให้เฉพาะสถานประกอบการที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น สิ่งเหล่านี้จะช่วยดึงให้โรงแรมเถื่อนเหล่านั้นหันมาประกอบธุรกิจอย่างถูกต้องในระดับหนึ่ง

รัฐใช้เฉพาะโรงแรมถูกกฎหมายเท่านั้น

นอกจากนี้แล้ว เรื่องที่จะช่วยดึงดูดให้โรงแรมเถื่อนหันมาเข้าระบบตามกฎหมายได้มากขึ้น คือ ต้องมีการจัดประชุมสัมมนาในประเทศของหน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ ที่สำคัญต้องใช้โรงแรมหรือที่พักที่มีการจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย หรือมีใบอนุญาตในการดำเนินธุรกิจถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น จึงจะอนุญาติให้เบิกจ่ายค่าใช้จ่ายกับทางกระทรวงการคลังได้ ซึ่งเรื่องนี้ ได้นำเสนอมาแล้วบนเวทีจากหลาย ๆ การประชุมร่วมกับภาครัฐ ดังนั้นรัฐบาลต้องหยิบยกนำข้อเสนอนี้มาพิจารณา

อีกประเด็นคือ การแก้ไขปัญหาขาดแคลนแรงงานในโรงแรม ที่เมื่อทำงานไปสักพัก มักจะถูกซื้อตัวไปทำงานในภาคธุรกิจอื่นอยู่เสมอ ดังนั้น จึงต้องทำเอ็มโอยูกับสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ให้เพิ่มขึ้นอีกหลายแห่ง เพื่อเป็นการดึงดูดแรงงานเข้ามาร่วมปฏิบัติงานในภาคนี้มากยิ่งขึ้น

TAT Startup 001

TAT Startup

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) แถลงข่าวเรื่อง การจัดประกวด TAT Startup เฟ้นหาผู้ประกอบการธุรกิจยุคใหม่ (ธุรกิจเปิดใหม่ และต่อยอดธุรกิจเดิม)

โดยมีการพูดคุยถึงรายละเอียดเกี่ยวกับวัตถุประสงค์สำคัญ และเป้าหมายของการจัดงานภายในครั้งนี้ รวมทั้งมีการเชิญชวนผู้ประกอบการธุรกิจต่างๆ มาเข้าร่วมสมัครการประกวดนี้อีกด้วย

การจัดประกวด TAT Startup เฟ้นหาผู้ประกอบการธุรกิจยุคใหม่

นายยุทธศักดิ์ สุภสร (ผู้ว่า ททท.)

– ต้องการให้เกิดความเคลื่อนไหวในอุตสาหกรรม ขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรม หรือ Value Based Economy ตามนโยบายประเทศไทย 4.0

– เพื่อสร้างประโยชน์ สร้างมูลค่าเพิ่ม และโอกาสใหม่ๆ โดยส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวในประเทศให้เติบโตสู่ระดับภูมิภาคและระดับโลก

– ปัจจุบันเทคโนโลยีมีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น การเปิดหนังสือท่องเที่ยวเพื่อหาข้อมูลนั้นเป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวไม่นิยมกันแล้ว ดังนั้นเราควรที่จะนำเทคโนโลยีมาปรับใช้เพื่อเอื้ออำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว

 

นายระวี อุ่นภัทร (ผู้ช่วยผู้อำนวยการธนาคารออมสิน สายงานลูกค้าผู้ประกอบการ SMEs Startup)

– ในฐานะพันธมิตรหลักนั้น ต้องการที่จะช่วยผลักดันรายได้ไปสู่ชุมชนในวงกว้างมากขึ้น

– เกิดนโยบายพัฒนานักศึกษาในรั้วมหาลัยให้เกิดความคิดผู้ประกอบการยุคใหม่ โดยร่วมมือกับหลายๆมหาลัย    และสร้าง co-working space มากกว่า 80 มหาลัย เพื่อส่งเสริมการสร้างสรรค์ด้านธุรกิจ

 

TAT Startup 002

 

นายวรมิตร ครุฑโต (รองกรรมผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย)

– ในบทบาทของธนาคารนั้นต้องการสร้างโอกาสให้กับนักธุรกิจหน้าใหม่ที่ต้องใช้เงินลงทุนเองหรือสำหรับผู้ที่ต้องการพัฒนาธุรกิจ >> สินเชื่อให้กับธุรกิจและบริการร่วมลงทุน

– สร้าง co-working space ให้คำปรึกษาในธุรกิจที่สนใจไม่ว่าจะเป็นโรงแรม รีสอร์ท หรือโลจิสติก

– อยากเฟ้นหา Startup หน้าใหม่ที่สามารถ “เชื่อมโยงธุรกิจกับนักท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

 

นายปริวรรต วงษ์สำราญ (รักษาการผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาผู้ประกอบการนวัตกรรม)

– ตามนโยบายของ Startup Thailand และ Startup Sector Travel Tech

1.1 ต้องการส่งเสริมด้านการลุงทุน เพื่อให้เกิดการสร้างรายได้และการจ้างงาน

1.2 พัฒนา Startup ของคนไทยให้แข็งแกร่งไม่ว่าจะเป็นในด้าน การเกษตร การแพทย์ การท่องเที่ยวและ smart city

1.3 ดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เข้ามาเที่ยวในประเทศไทยมากขึ้น รวมถึงนำ Startup สู่ตลาดต่างประเทศ ซึ่งประเทศสิงค์โปร มาเลเซีย อินโดนีเซียและเวียดนาม เป็นประเทศเป้าหมายที่ต้องการตีตลาดให้ได้

– เฟ้นหา Startup เพื่อการท่องเที่ยวในชุมชน พัฒนาการบริการจัดการท่องเที่ยวไม่ว่าจะเป็นโรงแรม ตั๋วเครื่องบินหรือทัวร์

 

TAT Startup 003

 

นายนพพล อนุกูลวิทยา (ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการและผู้ร่วมก่อตั้ง Take Me Tour)

– Take me tour เป็น platform เชื่อมโยงนักท่องเที่ยวต่างชาติกับคนพื้นที่ต่างๆในประเทศไทย เพื่อสัมผัสประสบการณ์กับชาวบ้านในท้องถิ่นโดยตรง

– ณ ตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่สนใจจะเป็น Startup เนื่องจากได้รับการสนับสนุนจากหลายหน่วยงาน รวมถึงประเทศไทยถือว่าจับอะไรก็เป็นเงินทอง เพราะแหล่งทรัพยากรนั้นมีความอุดมสมบูรณ์

 

** เปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 25 มิ.ย. 2561 ถึง 31 ก.ค. 2561 ชิงเงินรางวัล โล่รางวัลและเข้าร่วมออกบูธในงาน World Travel Market ณ กรุงลอนดอน สมัครได้ที่ Tourism Thailand **

 

 

 

 

 

โรงแรมคาเปลล่า ในสิงคโปร์ สถานที่จัดประชุม ทรัมป์และคิม

โรงแรมคาเปลล่า ในสิงคโปร์ สถานที่จัดประชุม ทรัมป์และคิม

โรงแรมคาเปลล่า ในสิงคโปร์ สถานที่จัดประชุม ทรัมป์และคิม

            ทำเนียบขาว เผย “โรงแรมสุดหรูคาเปลล่า” บนเกาะเซนโตซ่า แห่งประเทศสิงคโปร์ ให้เป็นสถานที่จัดประชุมสุดยอดของสองผู้นำ ระหว่างเกาหลีเหนือ-สหรัฐฯ ภายในวันที่ 12 มิ.ย. 2018 ที่จะถึงนี้

นางซาราห์ แซนเดอร์ส โฆษกหญิงประจำทำเนียบขาว ได้โพสต์ข้อความลงบนทวิตเตอร์ เปิดเผยถึงสถานที่จัดประชุมครั้งประวัติศาสตร์ระหว่างนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ กับ นายคิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดแห่งประเทศเกาหลีเหนือ ในวันที่ 12 มิถุนายนที่จะถึงนี้อย่างเป็นทางการ ได้แก่ โรงแรมคาเปลล่า (Capella) บนเกาะเซนโตซ่า (Sentosa) ประเทศสิงคโปร์

จากนั้นได้ทิ้งข้อความส่งท้ายว่า “ขอขอบคุณเจ้าภาพสิงคโปร์ สำหรับความช่วยเหลือด้านต่าง ๆ” แต่ไม่ได้หยิบยกรายละเอียดถึงเหตุผลที่เลือกโรงแรมคาเปลล่า มาเป็นสถานที่จัดประชุมแต่อย่างใด

ความเป็นไปได้ที่ “โรงแรมคาเปลล่า” ถูกเลือกให้เป็นสถานที่จัดประชุมสุดยอดผู้นำ

อาจเป็นเพราะที่ตั้งอยู่ห่างจากใจกลางเมืองหลวง แต่ก็ไม่ได้ไกลมากเท่าไหร่นัก อีกทั้งธรรมชาติบนเกาะเซนโตซ่ายังมีความสวยงาม บรรยากาศเงียบสงบ และเป็นส่วนตัวสูง จึงทำให้ง่ายต่อการดำเนินการวางระบบรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด ที่สำคัญโรงแรมแห่งนี้ยังมีสนามกอล์ฟดีที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเชียงใต้อีกด้วย จึงมีโอกาศสูงมากที่ “คิมและทรัมป์” อาจมาออกรอบตีกอล์ฟด้วยกันก็เป็นได้ ถ้าเกิดขึ้นจริงก็นับได้ว่าเป็นภาพที่หาดูที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว

เร่งจัดเตรียมพื้นที่พิเศษ เตรียมพร้อมควบคุมดูแล

และเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาของรัฐบาลประเทศสิงคโปร์ ก็ได้ออกมาเผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี โดยกำหนดให้ เกาะเซนโตซ่าและพื้นที่บริเวณโดยรอบในรัศมี 1 กิโลเมตร, เขตแทงลิน, เขตนิวตัน และถนนออร์ชาร์ด ที่ตั้งกระทรวงการต่างประเทศ, สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ, โรงแรมแชงกรี-ลา รวมถึงโรงแรมหรูอีกหลายแห่ง ให้เป็น “พื้นที่เหตุการณ์พิเศษ” ระหว่างวันที่ 10-14 มิ.ย.นี้ เพื่อให้ง่ายต่อกการควบคุมดูแล และเตรียมความพร้อมในเรื่องระบบรักษาความปลอดภัย

ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีทรัมป์ ก็ได้ออกมาต้อนรับ นายพลสี่ดาว “คิม ยอง-ชอล” ผู้ส่งสาส์นขนาดใหญ่จากผู้นำคิม ด้วยตนเอง ส่วนโครงร่างการประชุมสุดยอดครั้งประวัติศาสตร์ เจ้าหน้าที่ของสหรัฐฯ และเกาหลีเหนือ ได้ร่วมมือกันกำหนดขึ้น เพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

ผู้โดยสารโปรดระวัง สายการบินอันตรายที่สุดในโลก

ผู้โดยสารโปรดระวัง สายการบินอันตรายที่สุดในโลก

ผู้โดยสารโปรดระวัง สายการบินอันตรายที่สุดในโลก

การเดินทางด้วยเครื่องบิน ถึงแม้จะเป็นการเดินทางที่สะดวกปลอดภัยที่สุดในโลกอยู่ขณะนี้ ใคร ๆ ต่างก็นั่งเครื่องบินกันทั้งนั้น แต่หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้นมาเมื่อไหร่ บอกได้เลยว่าโอกาสรอดชีวิตจากการเดินทางด้วยเครื่องบินนั้นแทบจะเหลือศูนย์เลยทีเดียว และในวันนี้เราไม่ได้มาดิสเครดิตสายการบินใด ๆ ทั้งสิ้น แต่เราจะมารวบรวมข้อมูลที่น่าจะเป็นประโยชน์แก่ผู้โดยสารที่นิยมเดินทางด้วยเครื่องบิน ให้เตรียมพร้อมรับมือ เตรียมตัว และเตรียมใจไว้ให้พร้อมเสมอกับเหตุไม่คาดฝันที่จะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

เคนย่าแอร์เวย์ Kenya Airways

ทำการเปิดให้บริการมาตั่งแต่ปี 1997 มีจำนวนเครื่องบินทั้งสิ้น 30 เครื่อง และทำการบินมาแล้วไม่ต่ำกว่า 450000 เที่ยว แต่ทว่าสายการบินเคนย่าแอร์เวย์แห่งนี้ ( Kenya Airways ) ก็เคยเกิดเกิดอุบัติเหตุจนทำให้มีผู้เสียชีวิตเพียงแค่ 2 ครั้งเท่านั้น แต่ก็ติดอันดับความอันตรายไปเสียแล้ว ซึ่งอุบัติเหตุครั้งแรกนั้น ได้แก่ เหตุการณ์เครื่องบินตกในมหาสมุทรแอนตาร์กติกเมื่อปี 2000 ทำให้มีผู้เสียชีวิตทั้งสิ้น 169 คน และครั้งที่สองเมื่อปี 2007 เกิดเครื่องบินตกในพื้นที่เกษตรกรรม มีผู้เสียชีวิตทั้งสิ้น 114 คน

ฟิลิปปินส์แอร์ไลน์ Philippines Airlines

สายการบินแห่งชาติของประเทศฟิลิปปินส์ เปิดทำการมาตั่งแต่ปี 1941 และให้บริการมาแล้วทั้งสิ้นถึง 1.18 ล้านเที่ยวบิน ในเรื่องของอุบัติเหตุนั้นดูเป็นเรื่องเล็กน้อยไปเลย เนื่องจากสายการบินแห่งนี้มีปัญหาใหญ่หลวงกว่าที่ต้องรับมือ นั่นก็คือ “การก่อการร้าย” สายการบินแห่งนี้มักจะตกเป็นเป้าหมายของกลุ่มก่อการร้ายอยู่เสมอ อาทิ โดนลอบวางระเบิด 3 ครั้ง ถูกโจรสลัดจี้เครื่องบินอีก 1 ครั้ง รวมถึงการวางระเบิดครั้งล่าสุดในห้องน้ำเครื่องบิน เป็นเหตุทำให้ที่มีผู้เสียชีวิตจำนวน 36 คน นับว่าค่อนข้างอันตรายเป็นอย่างยิ่ง

อิหร่านแอร์ Iran Air

จากสถิติการบินทั้งหมด เปิดเผยว่าสายการบินอิหร่านแอร์ ทำการบินมาแล้วทั้งสิ้นกว่า 970,000 เที่ยวบิน มีอุบัติเหตุร้ายแรงทั้งสิ้นจำนวน 5 ครั้ง และส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 708 คน ส่วนสาเหตุไม่มีระบุเอาไว้ (แต่คาดว่าน่าจะเกิดจากก่อการร้ายเป็นส่วนใหญ่)

คิวบาน่าแอร์ไลน์ Cubana Airlines

สำหรับสายการบินประจำชาติคิวบาแห่งนี้ สามารถคว้าแชมป์สายการบินที่อันตรายที่สุดในโลกมาครองได้ ถึงแม้จะมีเที่ยวบินเพียง 320000 เท่านั้น แต่ทว่าอุบัติเหตุร้ายแรงที่เกิดขึ้นพบว่ามีมากถึง 8 ครั้ง เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตทั้งสิ้น จำนวน 404 คน เรียกได้ว่าเป็นอัตราที่สูงมากเลยทีเดียวหากเทียบกับสายการบินอื่น ๆ ที่กล่าวมา

ผวจ.เชียงรายเปิดประชุมความคิดเห็นผุดเส้นทางท่องเที่ยว 5 เชียง

ผวจ.เชียงรายเปิดประชุมความคิดเห็นผุดเส้นทางท่องเที่ยว 5 เชียง

ผวจ.เชียงรายเปิดประชุมความคิดเห็นผุดเส้นทางท่องเที่ยว 5 เชียง

            เมื่อเร็ว ๆ นี้ ณ โรงแรมดุสิตไอส์แลนด์ รีสอร์ท เชียงราย นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ว่าที่ ผวจ.เชียงราย เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมระดมความคิดเห็นเพื่อวิเคราะถึงศักยภาพต่าง ๆ ในการจัดทำเส้นทางท่องเที่ยว 5 เชียง โดยจะมีสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาประจำจังหวัดเชียงราย เป็นหน่วยงานดำเนินการ และนายกิตติ ทิศสกุล ว่าที่ประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวประจำจังหวัดเชียงราย มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย รวมถึงเครือข่ายภาครัฐ และเอกชนที่เกี่ยวข้องในภาคเหนือของไทย นอกจากนี้ยังมีประเทศเมียนมา สปป.ลาว และ มณฑลยูนนาน จีนด้วย โดยตลอดวันที่ 8-11 ม.ค.2561 จะมีการให้ข้อมูลเรื่อง 5 เชียง ซึ่งประกอบไปด้วย  เชียงราย เชียงใหม่ ประเทศไทย และเชียงตุง ที่ถือเป็นเมืองสำคัญในรัฐฉาน ประเทศเมียนมา เชียงรุ้งหรือจิ่งหง และเมืองเอกของเขตปกรองตนเองไตลื้อสิบสองปันนา เชียงทอง หรือ หลวงพระบาง ที่เป็นเมืองมรดกโลกในแขวงหลวงพระบาง สปป.ลาว ร่วมกันจัดเสวนาโดยผ่านการนำเสนอ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในหลายเรื่อง มีการระดมสมองของกลุ่มผู้ประกอบเกี่ยวกับเรื่องจุดแข็ง และจุดอ่อนการท่องเที่ยว 5 เชียง มีกิจกรรมศึกษาดูงานอกสถานที่ เสนอเส้นทางการท่องเที่ยว และกิจกรรมการท่องเที่ยวทั้งหมดของ 5 เชียง รับฟังแนวคิดกลุ่มผู้ร่วมประชุมเรื่องรูปแบบ และกิจกรรมการท่องเที่ยวเชื่อมโยงทั้งจังหวัด 5 เชียง เป็นต้น

นายณรงค์ศักดิ์ เผยว่า ในเรื่องของการท่องเที่ยวถือเป็นรายได้หลักในปี 60 ที่ผ่านมา โดยมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามามากที่สุดถึง 35 ล้านคนด้วยกัน อีกทั้งยังมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยในอนาคต รวมทั้งรายได้จากภาคการท่องเที่ยวยังคิดเป็น 15% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศหรือจีดีพีของไทย สำหรับ จ.เชียงรายนั้น มีนักท่องเที่ยว 4 ล้านคน และจ.เชียงใหม่อีก 10 ล้านคน แต่ยังไม่ทราบข้อมูลอีก 3 เชียงที่เหลืออยู่ ดังนั้นแล้วการส่งเสริมการท่องเที่ยวจึงเป็นจุดขายสำคัญอย่างมาก และหากประเทศในภูมิภาคนี้มาเข้าร่วมกัน ก็จะสามารถเชื่อมโยงเป็นพันธมิตรด้านการท่องเที่ยวได้ และเป็นการกระจายรายได้ด้านการท่องเที่ยวนี้ออกไปทั่วทั้งภูมิภาคได้อย่างแน่นอน

ทั้งนี้กลุ่มนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ในภูมิภาคยังคงเป็นกลุ่มชาวจีน และมีประเทศในกลุ่มอาเซียนด้วยกัน ซึ่งมีประชากรรวมกันถึงกว่า 600 ล้านคน ซึ่งเข้ามาในประเทศไทยและประเทศใกล้เคียง ดังนั้นถ้ากลุ่ม 5 เชียง สามารถพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวร่วมกันโดยอาศัยความมีที่มาที่ไปที่เชื่อมโยงและเล่าเรื่องราวความเป็นมาของ 5 เชียงร่วมกันได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีความสัมพันธ์ทางด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ก็จะกลายเป็นจุดขายที่สำคัญ กระนั้นสิ่งสำคัญอันดับแรกที่ต้องนึกถึงคือการทำความเข้าใจเรื่อง 5 เชียงกับผู้ที่จะมาทำงานร่วมกันก่อนนั่นเอง ซึ่งก็คือภาครัฐและเอกชนด้านการท่องเที่ยวทั้ง 4 ประเทศ