ผวจ.เชียงรายเปิดประชุมความคิดเห็นผุดเส้นทางท่องเที่ยว 5 เชียง

ผวจ.เชียงรายเปิดประชุมความคิดเห็นผุดเส้นทางท่องเที่ยว 5 เชียง

ผวจ.เชียงรายเปิดประชุมความคิดเห็นผุดเส้นทางท่องเที่ยว 5 เชียง

            เมื่อเร็ว ๆ นี้ ณ โรงแรมดุสิตไอส์แลนด์ รีสอร์ท เชียงราย นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ว่าที่ ผวจ.เชียงราย เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมระดมความคิดเห็นเพื่อวิเคราะถึงศักยภาพต่าง ๆ ในการจัดทำเส้นทางท่องเที่ยว 5 เชียง โดยจะมีสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาประจำจังหวัดเชียงราย เป็นหน่วยงานดำเนินการ และนายกิตติ ทิศสกุล ว่าที่ประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวประจำจังหวัดเชียงราย มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย รวมถึงเครือข่ายภาครัฐ และเอกชนที่เกี่ยวข้องในภาคเหนือของไทย นอกจากนี้ยังมีประเทศเมียนมา สปป.ลาว และ มณฑลยูนนาน จีนด้วย โดยตลอดวันที่ 8-11 ม.ค.2561 จะมีการให้ข้อมูลเรื่อง 5 เชียง ซึ่งประกอบไปด้วย  เชียงราย เชียงใหม่ ประเทศไทย และเชียงตุง ที่ถือเป็นเมืองสำคัญในรัฐฉาน ประเทศเมียนมา เชียงรุ้งหรือจิ่งหง และเมืองเอกของเขตปกรองตนเองไตลื้อสิบสองปันนา เชียงทอง หรือ หลวงพระบาง ที่เป็นเมืองมรดกโลกในแขวงหลวงพระบาง สปป.ลาว ร่วมกันจัดเสวนาโดยผ่านการนำเสนอ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในหลายเรื่อง มีการระดมสมองของกลุ่มผู้ประกอบเกี่ยวกับเรื่องจุดแข็ง และจุดอ่อนการท่องเที่ยว 5 เชียง มีกิจกรรมศึกษาดูงานอกสถานที่ เสนอเส้นทางการท่องเที่ยว และกิจกรรมการท่องเที่ยวทั้งหมดของ 5 เชียง รับฟังแนวคิดกลุ่มผู้ร่วมประชุมเรื่องรูปแบบ และกิจกรรมการท่องเที่ยวเชื่อมโยงทั้งจังหวัด 5 เชียง เป็นต้น

นายณรงค์ศักดิ์ เผยว่า ในเรื่องของการท่องเที่ยวถือเป็นรายได้หลักในปี 60 ที่ผ่านมา โดยมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามามากที่สุดถึง 35 ล้านคนด้วยกัน อีกทั้งยังมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยในอนาคต รวมทั้งรายได้จากภาคการท่องเที่ยวยังคิดเป็น 15% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศหรือจีดีพีของไทย สำหรับ จ.เชียงรายนั้น มีนักท่องเที่ยว 4 ล้านคน และจ.เชียงใหม่อีก 10 ล้านคน แต่ยังไม่ทราบข้อมูลอีก 3 เชียงที่เหลืออยู่ ดังนั้นแล้วการส่งเสริมการท่องเที่ยวจึงเป็นจุดขายสำคัญอย่างมาก และหากประเทศในภูมิภาคนี้มาเข้าร่วมกัน ก็จะสามารถเชื่อมโยงเป็นพันธมิตรด้านการท่องเที่ยวได้ และเป็นการกระจายรายได้ด้านการท่องเที่ยวนี้ออกไปทั่วทั้งภูมิภาคได้อย่างแน่นอน

ทั้งนี้กลุ่มนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ในภูมิภาคยังคงเป็นกลุ่มชาวจีน และมีประเทศในกลุ่มอาเซียนด้วยกัน ซึ่งมีประชากรรวมกันถึงกว่า 600 ล้านคน ซึ่งเข้ามาในประเทศไทยและประเทศใกล้เคียง ดังนั้นถ้ากลุ่ม 5 เชียง สามารถพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวร่วมกันโดยอาศัยความมีที่มาที่ไปที่เชื่อมโยงและเล่าเรื่องราวความเป็นมาของ 5 เชียงร่วมกันได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีความสัมพันธ์ทางด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ก็จะกลายเป็นจุดขายที่สำคัญ กระนั้นสิ่งสำคัญอันดับแรกที่ต้องนึกถึงคือการทำความเข้าใจเรื่อง 5 เชียงกับผู้ที่จะมาทำงานร่วมกันก่อนนั่นเอง ซึ่งก็คือภาครัฐและเอกชนด้านการท่องเที่ยวทั้ง 4 ประเทศ