โรงแรมในไทย 2 แห่ง ติดอันดับ Heritage hotel ดีที่สุดในเอเชีย

โรงแรมในไทย 2 แห่ง ติดอันดับ Heritage hotel ดีที่สุดในเอเชีย

โรงแรมในไทย 2 แห่ง ติดอันดับ Heritage hotel ดีที่สุดในเอเชีย

            ผลการจัดอันดับโรงแรมที่มีคุณค่าทางมรดกและวัฒนธรรม (Heritage hotel) ที่ถูกจัดทำโดยซีเอ็นเอ็น เทรเวล พบว่า มีโรงแรมจากประเทศไทยเข้ามาติดอันดับจำนวน 2 แห่งด้วยกัน ซึ่งมีดังต่อไปนี้

1.แมนดาริน โอเรียนเต็ล, กรุงเทพ (Mandarin Oriental)

โรงแรมแห่งนี้ แมนดาริน โอเรียนเต็ล, กรุงเทพ ถือกำเนิดขึ้นมาในปี 1876 หรือประมาณ 140 ปีมาแล้ว ด้วยฝีมือของกลุ่มนักธุรกิจและนักเดินท่องเที่ยวชาวต่างชาติในสมัยก่อน ที่เดินทางเข้ามาภายหลังจากสยามเปิดเสรีทางการค้าครั้งแรกจากสนธิสัญญาเบาว์ริ่ง

สำหรับตัวโรงแรมนั้น ถูกดัดแปลงมาจากธนาคารเจ้าพระยา ที่ตั้งอยู่ริมเเม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งถือเป็นเส้นทางการคมนาคมที่สำคัญของสยามในสมัยนั้น ที่สำคัญ โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล เรียกได้ว่าเป็นโรงแรมที่มีความเก่าแก่ที่สุดของไทยที่ยังคงเปิดทำการอยู่จนถึงทุกวันนี้

2.เซ็นทารา แกรนด์ บีช รีสอร์ท แอนด์ วิลล่า หัวหิน (Centara Grand Beach Resort & Villas Hua Hin)

สำหรับโรงแรมในเครือเซ็นทารา 1 ใน 2 แห่งนี้ ก็เป็นอีกหนึ่งโรงแรมของไทย ที่สามารถเข้าไปติดอันดับ โดยนิตยสารชื่อดังอย่างไทม์ ก็ยกให้เป็น Heritage hotel ที่ดีที่สุดในเอเชียด้วยเช่นกัน ซึ่งโรงแรมแห่งนี้ เปิดทำการมาตั้งแต่ปี 1923 โดยมีชื่อเรียกเดิมว่า “โรงแรมรถไฟ”

ที่สำคัญ โรงแรงแห่งนี้ ยังถูกสร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบอาณานิคม ที่ตั้งอยู่ในเมืองหัวหิน ซึ่งเปรียบเสมือนเมืองหน้าด่านที่เชื่อมต่อระหว่างภาคใต้ของไทย กับเมืองหลวงคือกรุงเทพมหานคร และเมืองทางภาคตะวันตกของไทย ปัจจุบันนี้ ภายในตัวโรงแรมยังคงรักษาบรรยากาศ ในช่วงเวลาที่หัวหินเป็นเมืองตากอากาศของชนชั้นนำได้เป็นอย่างดี ด้วยการตกแต่งสไตล์ยุโรป ที่มาพร้อมกับความโรแมนติกด้วยสวนและระเบียงสีขาวสะอาดตา

โรงแรมอื่น ๆ ในเอเชีย ที่เข้ามาติดอันดับในครั้งนี้

1.โรงแรมราฟเฟิลส์, สิงคโปร์ (Raffles Hotel)

2.เดอะ เพนินซูล่า, ฮ่องกง (The Peninsula)

3.เดอะ สแตรนด์, เมียนมา (The Strand)

4.เดอะ แรมแบคห์ พาเลซ, อินเดีย (The Rambagh Palace)

5.โซฟีเทล รีเจนด์ เมโทรโพล ฮานอย , เวียดนาม (Sofitel Legend Metropole Hanoi)

ผลสำรวจเผย อาหาร คือปัจจัยหลักในการเดินทางของนักท่องเที่ยวไทย

ผลสำรวจเผย อาหาร คือปัจจัยหลักในการเดินทางของนักท่องเที่ยวไทย

ผลสำรวจเผย อาหาร คือปัจจัยหลักในการเดินทางของนักท่องเที่ยวไทย

            ฮิลตัน เวิลด์ไวด์” บริษัทผู้ดำเนินธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ทชื่อดังของโลก เผยผลสำรวจพฤติกรรมของนักท่องเที่ยว ด้วยการทำแบบสอบถามต่าง ๆ เกี่ยวกับการท่องเที่ยว จากผู้คนจำนวน 2,700 คนใน 9 ประเทศทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

จากผลสำรวจพบว่า นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก จำนวน 1 ใน 3 หรือประมาณ 36% พิจารณาอาหารและเครื่องดื่มเป็นปัจจัยหลัก เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจเลือกสถานที่ท่องเที่ยว โดยมีผู้ตอบแบบสอบถามเพียง 5% เท่านั้น ที่ตอบว่า อาหารและเครื่องดื่มไม่ใช่ปัจจัยสำคัญในการเดินทาง

เพราะเหตุใดอาหาร จึงเป็นปัจจัยสำคัญของการเดินทางท่องเที่ยว?

ผลสำรวจแสดงให้เห็นว่า 34% ของจำนวนนักท่องเที่ยวชาวไทยระบุว่า “อาหารการกิน” คือปัจจัยสำคัญ ในการเลือกสถานที่ท่องเที่ยว ซึ่งนักท่องเที่ยว 92% ล้วนให้ความสำคัญกับการลองลิ้มชิมรสอาหารขึ้นชื่อ ไปจนถึงอาหารข้างทางและอาหารท้องถิ่น

ส่วนนักท่องเที่ยวอีก 90% มีความต้องการสัมผัสประสบการณ์อาหารมื้อพิเศษ เมื่อออกเดินทางเที่ยวเที่ยวไปยังสถานที่ต่าง ๆ และอีก 92% ต่างระบุว่า พวกเขาเลือกที่จะกลับไปเยือนสถานที่ท่องเที่ยวเดิมอีกครั้ง เนื่องจากรู้สึกประทับใจไปกับประสบการณ์มื้ออาหารและเครื่องดื่ม นอกจากนี้ ผลสำรวจยังบอกอีกว่า นักท่องเที่ยวชาวไทยกว่า 41% จัดสรรงบประมาณมากกว่าครึ่งหนึ่งต่อการเดินทาง เพื่อใช้จ่ายไปกับอาหารและเครื่องดื่ม

ประเทศที่นักท่องเที่ยวไทยลงความเห็น ว่ามีอาหารและเครื่องดื่มดีที่สุด

นักท่องเที่ยวชาวไทยจำนวนมาก ต่างโหวตให้ประเทศญี่ปุ่นเป็นอันดับ 1 ในด้านอาหารและเครื่องดื่ม ตามมาด้วยประเทศไทยในอันดับ 2 และเกาหลีอันดับ 3 ที่ถูกยกให้เป็นจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวด้านอาหาร ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค โดยให้ความสำคัญกับคุณภาพเป็นพิเศษ ไปจนถึงความเข้มข้นของรสชาติ ความปลอดภัย ความหลากหลาย และอาหารท้องถิ่นเป็นหลัก

รองประธานฝ่ายปฏิบัติการด้านอาหารและเครื่องดื่ม ของบริษัทฮิลตันเวิลด์ไวด์ ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า จากผลสำรวจดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า บริการด้านอาหารและเครื่องดื่ม ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกสถานที่ท่องเที่ยว ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มสูงมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สำหรับการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ มีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออุตสาหกรรมโรงแรมและที่พัก ซึ่งในอดีตนั้น โรงแรมเป็นเพียงสถานที่สำหรับใช้พักผ่อนเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งแตกต่างจากปัจจุบันมาก ดังนั้น โรงแรมต้องปรับเปลี่ยนและมุ่งเน้นบริการด้านอาหารและเครื่องดื่มเป็นพิเศษ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้เข้าพัก