ทำความรู้จัก 3 พฤติกรรม ของนักท่องเที่ยวจีนยุคใหม่

ทำความรู้จัก 3 พฤติกรรม ของนักท่องเที่ยวจีนยุคใหม่

            นักท่องเที่ยวชาวจีน” จัดอยู่ในกลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูงและทรงอิทธิพลเป็นลำดับต้น ๆ ของโลก อยู่ ณ ขณะนี้ เพราะนอกจากจะมากด้วยทั้งขนาดพื้นที่และประชากรแล้ว กำลังซื้อก็เพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้บริโภคจากเมืองรองของจีน เช่น หนาน, อู่ฮั่น, เจิ้งโจว, ฉือเจียจวง ที่นับว่ามีอัตราเติบโตอย่างต่อเนื่องและมีศักยภาพมากขึ้น

เปลี่ยนจากทัวร์ช้อปปิ้ง มาเป็นเดินทางท่องเที่ยวหาประสบการณ์มากขึ้น

ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานี้ การออกเดินทางท่องเที่ยวนอกประเทศของชาวจีนเริ่มเปลี่ยนไป จากเดิมที่เป็นนักช็อปตัวยง เปลี่ยนมาเป็นท่องเที่ยวแบบ experience หรือเพื่อหาประสบการณ์มากขึ้น จากรายงานของ Fung Global Retail & Techonlogy ในจีนได้เผยข้อมูลว่า

1.67% ของนักท่องเที่ยวที่สำรวจ เดินทางมากกว่าหนึ่งครั้งในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา

2.โดยพวกเขาได้เข้าเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยว โดยเฉลี่ย 2.3 แห่ง

3.นอกเหนือจากการช้อปปิ้ง พวกเขาปรารถนาวิถีชีวิตและประสบการณ์ในการเดินทางไปต่างประเทศ

4.ญี่ปุ่นกลายเป็นปลายทางยอดนิยม 55 %, ฮ่องกง 35 % และเกาหลีใต้ 27 %

นักท่องเที่ยวจีนจากเมืองรอง เริ่มออกเดนทางเที่ยวและมีอัตราใช้จ่ายมากกว่าเมืองหลัก

ผลสำรวจดังกล่าว ยังได้เปรียบเทียบพฤติกรรมนักท่องเที่ยวชาวจีนจากเมืองหลักและเมืองรองไว้ด้วยเช่นกัน โดยมีดังต่อไปนี้

1.นักท่องเที่ยวเมืองหลัก (Tier-1): มีอัตราการใช้จ่ายสำหรับการท่องเที่ยวนอกประเทศ 2,330 เหรียญสหรัฐฯ และท่องเที่ยวโดยเฉลี่ย 2.0 ครั้งต่อปี

2.นักท่องเที่ยวเมืองรอง (Tier-2): มีอัตราการใช้จ่ายสำหรับการท่องเที่ยวนอกประเทศ 2,449 เหรียญสหรัฐฯ และท่องเที่ยวโดยเฉลี่ย 1.9 ครั้งต่อปี

3.นักท่องเที่ยวจีนพึ่งพิงสื่อออนไลน์มากขึ้น แม้เดินทางไปเยือนต่างประเทศ

พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวชาวจีน ที่นิยมใช้สมาร์ทโฟนมากขึ้น ประกอบกับความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ด้วยเหตุนี้ ไม่ว่าจะอาศัยในประเทศหรือออกไปเที่ยวต่างประเทศ นักท่องเที่ยวชาวจีนก็ยังคงมีฤติกรรมติดมือถือ โดยการเปิดใชบริการโรมมิ่งหรือซื้อซิมการ์ดใหม่ภายในประเทศต้นทางต่าง ๆ จากผลสำรวจแสดงให้เห็นว่า

1.72% ของนักท่องเที่ยวชาวจีนนิยมใช้สื่อออนไลน์ เพื่อหาข้อมูลก่อนวางแผนเดินทาง

2.98 % ของนักท่องเที่ยวจีนนิยมใช้สมาร์ทโฟนภายในต่างประเทศ

3.82 % ใช้สมาร์ทเพื่อติดต่อกับเพื่อน หรือญาติที่ไม่ได้เดินทางมาด้วย

4.73 % ใช้สมาร์ทโฟนเพื่อค้นหาข้อมูลระหว่างการเดินทาง.

ผู้ว่าการ ททท.มั่นใจ กลยุทธ์เพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว ต้องเป็นไปตามเป้าหมาย

ผู้ว่าการ ททท.มั่นใจ กลยุทธ์เพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว ต้องเป็นไปตามเป้าหมาย

ผู้ว่าการ ททท.มั่นใจ กลยุทธ์เพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว ต้องเป็นไปตามเป้าหมาย

            จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติและรายได้จากอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี จากจำนวนนักท่องเที่ยวราว 30 ล้านคน ภายในปี 2558 เพิ่มขึ้นเป็น 38 ล้านคน ภายในปี 2561 พร้อมกับตั้งเป้าไว่ว่า ในปี 2562 นักท่องเที่ยวจะต้องเพิ่มจำนวนขึ้นเป็น 40-41 ล้านคน และรายได้ต้องอยู่ที่ ประมาณ 2.2 ล้านล้านบาท

นักท่องเที่ยวจีนในปี 2562 ยังคงมีอัตราเติบโต

ยุทธศักดิ์ สุภสร ตำแหน่งผู้ว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์เรือล่มภูเก็ต ก.ค. ปี 2561 พบว่า ในเดือนตุลาคม กลุ่มนักท่องเที่ยวจีนมีจำนวนลดลงอย่างต่อเนื่อง ถึง 20% พอเดือน พ.ย. และ ธ.ค. ตัวเลขก็ปรับทิศทางดีขึ้น ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวจีนตลอดทั้งปี 2561 อยู่ที่ประมาณ 10.5 ล้านคน จากปี 2560 จำนวน 9.8 ล้านคน หรือเติบโตขึ้นในอัตรา 8% -10%

“ข่าวบางสำนัก รายงานว่า นักท่องเที่ยวจีนหายไปครึ่งหนึ่ง อาจจะไม่ถูกต้องเสยทีเดียว เพราะในช่วง 2 เดือนหลังก็จำนวนนักท่องเที่ยวก็ทยอยกลับมาบ้างแล้ว ถึงแม้จะมีไม่มากเหมือนเช่นที่ผ่านมา เนื่องจาก ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2561 จำนวนนักท่องเที่ยวเคยโตมากถึง 25% ดังนั้น ในปี 2562 ผมยังคงมีความเชื่อ ว่านักท่องเที่ยวชาวจีนยังเติบโตต่อไป ในความรู้สึกของคนจีนยังมองประเทศไทยในมุมที่ดีเสมอ” ผู้ว่า ททท กล่าง

ลดความเสี่ยงตลาดนักท่องเที่ยวจีน โฟกัสตลาดนักท่องเที่ยวอาเซียนมากขึ้น

หลังจาก ครม.มีมติเห็นชอบ ให้ขยายระยะเวลายกเว้นการจัดเก็บค่าธรรมเนียมกับนักท่องเที่ยว จำนวน 20 ประเทศ และ 1 เขตเศรษฐกิจ (ไต้หวัน) โดยจะทำการขยายเวลาเพิ่มขึ้น จากเดิมจะสิ้นสุดในวันที่ 14 ม.ค. นี้ ไปสิ้นสุดภายในวันที่ 30 เม.ย. 2562

ผลจากประกาศใช้มาตรากมาตรการดังกล่าว ส่งผลให้เกิดการหลั่งไหลของนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ไม่ใช่แค่เฉพาะ นักท่องเที่ยวจีนเท่านั้น แต่จะมีนักท่องเที่ยวจากชาติอื่น ๆ เดินทางเข้ามาประเทศไทยด้วย เช่น อินเดีย ซึ่งจัดเป็นตลาดที่มีความน่าสนใจอย่างยิ่ง เนื่องจากอินเดียเป็นหนึ่งในประเทศ ที่มีอัตราการเจริญเติบโตของนักท่องเที่ยวสูงมาก จากสถิติ พบว่ามีการขยายตัวค่อนข้างเร็ว ภายในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา หรือเติบโตสูงถึง 20%

ททท.ตั้งเป้าไว้ว่า หากปี 2562 นี้ มีจำนวนนักท่องเที่ยวจีนเดินทางมาเยือนประเทศไทย ประมาณ 12 ล้านคน ก็จะต้องมีจำนวนนักท่องเที่ยวชาวอาเซียนประมาณ 10 ล้านคน อินเดียอีก 2 ล้านคน รวมเป็น 12 ล้านคน จำนวนที่เหลือคือนักท่องเที่ยวจากประเทศอื่น ๆ อีก 20 ล้านคน.

กรมอุทยานฯ ผุดไอเดีย จัดงานชมตัวเงินตัวทอง ส่งเสริมการท่องเที่ยว

กรมอุทยานฯ ผุดไอเดีย จัดงานชมตัวเงินตัวทอง ส่งเสริมการท่องเที่ยว

กรมอุทยานฯ ผุดไอเดีย จัดงานชมตัวเงินตัวทอง ส่งเสริมการท่องเที่ยว

            น.ส.กาญจนา นิตยะ ผอ.สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานฯ ผุดไอเดีย เชิญชวน กทม.จัดเทศกาลนับตัวเงินตัวทอง หรือ “ตัวเหี้ย” ณ สวนลุมพินี หลังจากประสานงานขอให้ช่วยจับไปปล่อย โดยอ้างว่ามีจำนวนตัวเหี้ยมากถึง 400 ตัว หวั่นสร้างผลกระทบต่อคนที่เดินทางมาเข้าใช้บริการสวนแห่งนี้

ซึ่งเจ้าหน้าที่เคยออกตรวจนับแล้วพบว่ามีจำนวนแค่ 160 ตัว เตรียมออกข้อเสนอให้จัดทำเขตพื้นที่พิเศษเพื่อชมตัวเหี้ยในเมืองกรุง เผยนักท่องเที่ยวต่างชาตินิยมมาดูตัวเหี้ยเป็นจำนวนมาก เพรามองเป็นเรื่องแปลกหาดูได้ยาก ที่คนสามารถใช้ชีวิตร่วมกันกับเหี้ยได้อย่างสงบสุข

ตัวเหี้ยเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองเพียงชนิดเดียว ที่สามารถอาศัยอยู่ในป่าเมืองหลวงได้

อย่างเช่นภายในสวนลุมฯ ที่มีจำนวนตัวเหี้ยอาศัยอยู่เป็นจำนวนและอยู่ร่วมกับคนได้อย่างสงบสุข สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่าจึงได้ให้ข้อเสนอแนะต่อ กทม.ไปว่า “ควรหันมาทำกิจกรรมนับตัวเหี้ยร่วมกัน” เพื่อให้ทราบถึงตัวเลขที่ยอมรับกันได้ทั้ง 2 ฝ่าย พร้อมกับเสนอแนะให้เด็กและเยาวชนที่สนใจเข้ามาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย ซึ่งกิจกรรมจะถูกจัดขึ้นในรูปแบบของงานเทศกาลนับเหี้ยสวนลุมฯ

“ตัวเหี้ย” คือแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติให้มาเยือนสวนลุมฯ

จากการสอบถามนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่เดินทางมาเยือนสวนลุมฯ จึงพบกับข้อมูลที่น่าสนใจ เนื่องจากนักท่องเที่ยวหลายคนที่เดินทางเข้ามาพักผ่อนหย่อนใจภายในสวนลุมฯ ก็เพื่อต้องการเข้าดูตัวเหี้ยให้เห็นกับตา เพราะที่บ้านเมืองของพวกเขาไม่มี จึงเป็นเรื่องที่แปลกและหาดูได้ยาก ที่คนสามารถใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับตัวเหี้ยได้อย่างสันติสุข “คนมาออกกำลังกายก็ทำหน้าที่ไป แต่เมื่อเห็นตัวเหี้ยข้ามถนนก็จะหยุดให้ข้ามทันที นับเป็นภาพที่ชวนดูอย่างยิ่ง” น.ส.กาญจนา นิตยะ ผอ.สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานฯ กล่าว

การจับตัวเหี้ยที่สวนลุมฯไปปล่อยตามพื้นที่อื่น ๆ ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาที่แท้จริง

ผอ.สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานฯ ยังกล่าวอีกว่า มาตรการจับตัวเหี้ยสวนลุมฯไปปล่อยที่อื่น ยังไม่ใช่การแก้ปัญหาที่แท้จริง เนื่องจากจะส่งผลให้พื้นที่การใช้ชีวิตของประชากรเหี้ยเพิ่มมากขึ้น มีอาหารกินที่อุดมสมบูรณ์มากขึ้น จากนั้นไม่นานประชากรตัวเหี้ยก็จะเพิ่มจำนวนขึ้นมาอีก ทำให้ไม่สามารภแก้ปัญหาได้

จึงได้เสนอถึงแนวทางควบคุมประชากรเหี้ยต่อทาง กทม.ว่า เมื่อเข้าสู่ฤดูวางไข่ของตัวเหี้ย ให้สั่งการเจ้าหน้าที่ภายในสวนลุมฯ ช่วยกันเก็บไข่ตัวเหี้ยส่วนหนึ่งออกมาทำลายคงดีกว่า ซึ่งในอนาคต กทม.และกรมอุทยานฯน่าจะทำโครงการเขตพื้นที่พิเศษชมตัวเหี้ยในเมือง เชื่อว่าน่าจะได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวจำนวนมาก

Virgin Galactic VS Blue Origin แข่งกันพัฒนาทัวร์อวกาศ เตรียมเปิดปลายปี 2019

Virgin Galactic VS Blue Origin แข่งกันพัฒนาทัวร์อวกาศ เตรียมเปิดปลายปี 2019

Virgin Galactic VS Blue Origin แข่งกันพัฒนาทัวร์อวกาศ เตรียมเปิดปลายปี 2019

            สองบริษัทผู้พัฒนาเทคโนโลยีอวกาศ  Virgin Galactic และ Blue Origin กำลังแข่งขันกันพัฒนาเทคโนโลยี ยานอวกาศ และระบบลงจอดกันอย่างดุเดือด เพื่อเตรียมความพร้อม ในการเปิดให้บริการทัวร์อวกาศเชิงพาณิชย์

สำหรับบริษัท Virgin Galactic จัดเป็นบริษัทในกลุ่ม Virgin ผู้ผลิตยานอวกาศเชิงพาณิชย์ ที่ถูกก่อตั้งโดยอภิมหาเศรษฐีจากสหราชอาณาจักรนามว่า ริชาร์ด แบรนสัน โดยมีเป้าหมายการทำทัวร์อวการเชิงพาณิชย์ และเพื่อปฏิบัติภารกิจทางวิทยาศาสตร์ด้านอวกาศ ส่วนบริษัท Blue Origin ถูกก่อตั้งโดย เจฟฟ์ เบโซส์ นักธุรกิจและผู้ก่อตั้งอีคอมเมิร์ซชื่อดัง Amazon

สองบริษัทผู้นำด้านอวกาศ มีจุดมุ่งหมายเดียวกัน

Virgin Galactic และ Blue Origin ต่างมีจุดมุ่งหมายในการจัดทัวร์อวกาศเชิงพาณิชย์เหมือนกัน อีกทั้งยังมีความตั้งใจว่า ต้องสามารถส่งผู้ที่สนใจท่องเที่ยวบนอวกาศ เดินทางไปให้ใกลยิ่งกว่า เดนนิส ติโต (Dennis Tito) เศรษฐีชาวอเมริกันและลูกทัวร์อวกาศคนแรก ที่เคยขึ้นไปเหยียบสถานีอวกาศเมื่อปี 2001 ด้วยการจ่ายค่าตั๋วราว 20 ล้านเหรียญสหรัฐ

ในเบื้องต้นคาดการณ์ไว้ว่า ราคาตั๋วทัวร์อวกาศของ Virgin Galactic จำนวน 1 ใบน่า จะอยู่ที่ประมาณ 250,000 เหรียญสหรัฐ หรือราว 8.3 ล้านบาทเท่านั้น ซึ่งลดลงกว่าเมื่อก่อนมาก ส่วน Blue Origin ยังไม่มีการเปิดเผยราคาค่าทัวร์อวกาศแต่อย่างใด แต่เชื่อว่า ราคาน่าจะไม่ห่างกันมาก อยู่ที่ประมาณ 200,000-300,000 เหรียญสหรัฐเท่านั้น

บริษัท Virgin Galactic เคยทดสอบยานอวกาศมาแล้วหลายครั้งด้วยกัน

Virgin Galactic เคยทดสอบโดยการนำยาน SpaceShipTwo ขึ้นบินมาแล้วจำนวนหลายครั้ง เพื่อค้นหาจุดบกพร่อง ก่อนทำการแกไข้ให้ไม่ให้มีจุดบกพร่อง พร้อมกับพัฒนาให้สามารถใช้งานท่องเที่ยวได้จริง และมีประสิทธิภาพสูงสุด

ณ ขณะนี้ มีผู้ที่สนใจโปรแกรมทัวร์อวกาศของ Virgin Galactic จำนวน 650 คนแล้ว ส่วนทางด้าน Blue Origin หนึ่งในทีมงานของบริษัทได้ออกมาเผยว่า การทดสอบนำยานขึ้นสู่พร้อมผู้โดยสาร น่าจะเริ่มต้นดำเนินการกันในช่วงปลายปี 2018 นี้

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะยังไม่มีกำหนดเปิดแผนการให้บริการทัวร์อวกาศอย่างเป็นทางการ แต่ก็มีความเป็นไปได้สูงมาก ที่จะได้เห็นทัวร์ในฝันของใครหลายคนเปิดให้ลงทะเบียนภายในปลายปี 2019 นี้ ส่วนทางด้านบริษัท SpaceX และ Boeing ก็ได้ร่วมมือกันพัฒนาแคปซูลเคลื่อนย้ายนักบินอวกาศของนาซาแล้ว คาดว่าจะเสร็จสิ้นในปี 2020

เทรนด์ท่องเที่ยวเชิงเชิงอนุรักษ์ กับความสำคัญของอาเซียน

เทรนด์ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ กับความสำคัญของอาเซียน

เทรนด์ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ กับความสำคัญของอาเซียน

            มีหลายปัจจัย ที่สามารถส่งเสริมการท่องเที่ยวในภูมิภาคอาเซียนได้ เช่น ธรรมชาติและสภาพแวดที่มีเสน่ห์ชวนหลงไหล การเพิ่มขึ้นของจำนวนนักท่องเที่ยวชนชั้นกลาง การเติบโตของสายการบินต้นทุนต่ำ หรือนักท่องเที่ยววัยเกษียณ ที่นิยมเดินทางเพื่อต้องการพักผ่อนควบคู่กับการบำบัดรักษาตัว เป็นต้น

จากงานประชุมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ของสมาคมอาเซียน ณ เมืองปากเซ ที่มีประเทศลาวเป็นเจ้าภาพจัดงานครั้งแรก ในฐานะประธานของอาเซียน ซึ่งไทยและลาวได้ร่วมลงนามในข้อตกลง ในเรื่องการท่องเที่ยวข้ามพรมแดน ที่ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มความสัมพันธ์และการค้าในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์

ประเทศลาว ทุ่มทุนไปกับโครงการต่าง ๆ เพื่อรองรับการท่องเที่ยว

ในช่วงที่ผ่านมากนั้น ประเทศลาวได้ทุ่มทุนไปกับโครงสร้างพื้นฐานในด้านสาธารณูปโภคและการคมนาคม เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกำจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้แล้ว ยังมีโครงการขยายสนามบินนานาชาติวัดไต และปรับปรุงสนามบินอีกหลายแห่ง ด้วยงบกว่า 61 ล้านดอลลาร์ โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จ ในปี ค.ศ. 2018 นี้

ทั้งนี้ ธุรกิจท่องเที่ยวเชิงอนุรักษณ์ในลาวถือว่ามีขนาดใหญ่ เนื่องจากประเทศแห่งนี้ เต็มไปด้วยทรัพยากรทางธรรมชาติ อีกทั้งยังมีสถานที่เอื้ออำนวยต่อการท่องเที่ยวอย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการเดินป่า การปั่นจักรยานตามเขตป่าสงวนและชุมชนท้องถิ่น ไปจนถึงการพายเรือและล่องแก่ง และอีกมากมาย

การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ถือเป็นเรื่องท่าทายอย่างยิ่ง

Raphael Kern ว่าที่ผู้จัดการทั่วไปของบริษัทนำเที่ยว Diethlem ในลาว เผยว่า การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์นั้น ถือเป็นความท้าทายอย่างหนึ่ง เพราะต้องมีการจัดโปรแกรมท่องเที่ยว ให้มีความเหมาะสมกับลูกค้าของแต่ละประเทศมากที่มีความต้องการแตกต่างกัน

ผู้จัดการท่านนี้ยังบอกอีกว่า หากเป็นนักท่องเที่ยวชาวจีน ทางบริษัทนำเที่ยว จำเป็นต้องมีเจ้าหน้าที่ที่สามารภพูดภาษาได้หลายคนไว้คอยบริการ ส่วนนักท่องเที่ยวชาวเกาหลีใต้ส่วนมากนิยมชอบช่วยเหลือตนเอง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากยุโรปจะมีความนิยมชมชอบการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์มากที่สุด

ประเทศลาวต้องเร่งมือ ตามการท่องเที่ยวในประเทศภูมิภาคอาเซียนให้ทัน

Klaus Schwettmann ตำแหน่งที่ปรึกษาด้านการท่องเที่ยวแบบยั่งยืนของบริษัท Green Discovery ให้ความเห็นว่า การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ประเทศลาวยังคงตามหลังประเภทเพื่อนบ้านในภูมิภาคนี้ ไทยยังคงมีความได้เปรียบกว่าเนื่องจากสถานที่ท่องเที่ยวหลายลาย โดยฉพาะชายหากที่สวยงาม

ทั้งนี้ ประเทศเมียนม่า ก็กำลังก้าวมาเป็นคู่แข่งรายใหม่ เนื่องจากมีทั้งธรรมชาติและวัฒนธรรมที่หลากหลาย ดังนั้นรัฐบาลลาวจำเป็นต้องเพิ่มการสนับสนุนภาคการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์มากกว่านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในด้านการออกนโยบายเพื่อปกป้องรักษาสิ่งแวดล้อม

Samui Asia Music Festival 2018

งานเทศกาลดนตรีสมุย Samui Asia Music Festival 2018

งานเทศกาลดนตรีสมุย Samui Asia Music Festival 2018

ททท.สำนักงานเกาะสมุย ประกาศการจัดงานเทศกาลดนตรีสมุยเอเชียครั้งแรกในงาน Samui Asia Music Festival 2018 ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 18-19 สิงหาคม 2561  ณ พรุเฉวง อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี

งานเทศกาลดนตรีสมุยเอเชียมิวสิคอวอร์ดครั้งนี้ มีประสบการณ์ทางดนตรีที่ยอดเยี่ยมของเอเชีย ททท. ภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในการจัดงานและสนับสนุนการจัดงานระดับโลกอีกครั้งหนึ่งในเมืองไทยซึ่งคาดว่าจะดึงดูดความสนใจของชาวเกาะสมุยและชาวต่างชาติได้มากขึ้น

Samui Asia Music Festival ได้รับการจัดอย่างสมบูรณ์แบบด้วยแนวคิดการสื่อสารแบบใหม่ ซึ่งเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับประเทศไทยทั้งจากมุมมองใหม่และที่มีอยู่

เทศกาลดนตรีสมุยเอเชียมิวสิค 2018 พร้อมกับเพลงแนวน่าฟังจะนำเสนอเทศกาลอาหารที่ผู้คนเลือกมากมายในอาหารและเครื่องดื่มในตลาดของเทศกาล เป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่สัญญาว่าจะเป็นงานเทศกาลที่น่าตื่นเต้นสนุกสนานและน่าตื่นเต้นเทศกาล

เพื่อส่งเสริมและประชาสัมพันธ์กิจกรรมการท่องเที่ยวทางด้านดนตรีของเกาะสมุย และกระตุ้นให้เกิดการเดินทางของนักท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียเข้ามาในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียง รวมถึงการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของจังหวัด ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้ถือเป็นเทศกาลดนตรีบนเกาะสมุยครั้งแรกที่ได้รวบรวมศิลปินทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีชื่อเสียง มาร่วมสร้างความประทับใจ โดยเข้าชมฟรี นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจำหน่ายสินค้าของที่ระลึกต่างๆกว่า 200 บูธในราคาย่อมเยาอีกด้วย

ททท. เปิดตัวโครงการ อส. Social ชวนคนรุ่นใหม่ไปเที่ยวและนอนโฮมสเตย์ชุมชน

ททท. เปิดตัวโครงการ อส. Social ชวนคนรุ่นใหม่ไปเที่ยวและนอนโฮมสเตย์ชุมชน

ททท. เปิดตัวโครงการ อส. Social ชวนคนรุ่นใหม่ไปเที่ยวและนอนโฮมสเตย์ชุมชน

 

ททท. เปิดตัวโครงการ อส. Social อาสาสมัครชาวโซเชียล ร่วมโปรโมทชุมชนให้กระฉ่อนโซเชียล ชวนคนรุ่นใหม่ไปเที่ยวและนอนโฮมสเตย์ชุมชน แบบวันไนท์ สเตย์ วิท โลคอล One Night Stay with Locals”

 

กรุงเทพ 16 กรกฎาคม 2561 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) , บริษัท มิตรแท้ประกันภัย จำกัด (มหาชน) , บริษัท เอวิส เรนท์ อะ คาร์ , Read Me.me (รีดมีดอทมี) , เว็บไซต์ท่องเที่ยวทราเวลไอโกดอทคอท เปิดตัวโครงการ อส. Social รวมพลังอาสาสมัครชาวโซเชียลช่วยโปรโมทชุมชนไทยให้กระฉ่อนโซเชียล ชวนคนรุ่นใหม่ไปเที่ยวชุมชน

 

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่าการส่งเสริมให้คนรุ่นใหม่ไปเที่ยว

ททท. เปิดตัวโครงการ อส. Social ชวนคนรุ่นใหม่ไปเที่ยวและนอนโฮมสเตย์ชุมชน
ททท. เปิดตัวโครงการ อส. Social ชวนคนรุ่นใหม่ไปเที่ยวและนอนโฮมสเตย์ชุมชน

ชุมชน เป็นหนึ่งในโจทย์สำคัญของการทำการตลาดท่องเที่ยวชุมชน

จากข้อมูลที่ ททท. สำรวจความคิดเห็นของนักเดินทางคนรุ่นใหม่ พบว่า คนรุ่นใหม่ต้องการไปชุมชนที่มีกิจกรรมสนุก มีที่ให้ถ่ายรูปสวยๆ ไว้อัพเดทโปรไฟล์ มีอาหารท้องถิ่นที่นำเสนออย่างน่าสนใจเห็นแล้วต้องถ่ายรูป มีที่พักเก๋ๆ น่ารัก น่านอน และกลุ่มคนรุ่นใหม่ มองว่าข้อมูลชุมชนท่องเที่ยวที่ปรากฏอยู่บนสื่อออนไลน์ สื่อโซเชียลมีอยู่น้อยมาก ซึ่งยังไม่สามารถสร้างแรงบันดาลใจมากพอ

จากข้อมูลนี้ ททท. ได้นำมาเป็นแนวทางในการทำงานโดยเริ่มจากการคัดสรรชุมชนท่องเที่ยวตามโจทย์ ความสนใจของคนรุ่นใหม่ และเชิญทีมนักออกแบบจากคณะมนุษยศาสตร์และการจัดการการท่องเที่ยวมหาวิทยาลัยกรุงเทพ มาช่วยเพิ่มเติมเสน่ห์ชุมชนให้โดนใจคนรุ่นใหม่ ด้วยการออกแบบการนำเสนออาหารท้องถิ่น

 

 

 

 

TAT Startup 001

TAT Startup

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) แถลงข่าวเรื่อง การจัดประกวด TAT Startup เฟ้นหาผู้ประกอบการธุรกิจยุคใหม่ (ธุรกิจเปิดใหม่ และต่อยอดธุรกิจเดิม)

โดยมีการพูดคุยถึงรายละเอียดเกี่ยวกับวัตถุประสงค์สำคัญ และเป้าหมายของการจัดงานภายในครั้งนี้ รวมทั้งมีการเชิญชวนผู้ประกอบการธุรกิจต่างๆ มาเข้าร่วมสมัครการประกวดนี้อีกด้วย

การจัดประกวด TAT Startup เฟ้นหาผู้ประกอบการธุรกิจยุคใหม่

นายยุทธศักดิ์ สุภสร (ผู้ว่า ททท.)

– ต้องการให้เกิดความเคลื่อนไหวในอุตสาหกรรม ขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรม หรือ Value Based Economy ตามนโยบายประเทศไทย 4.0

– เพื่อสร้างประโยชน์ สร้างมูลค่าเพิ่ม และโอกาสใหม่ๆ โดยส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวในประเทศให้เติบโตสู่ระดับภูมิภาคและระดับโลก

– ปัจจุบันเทคโนโลยีมีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น การเปิดหนังสือท่องเที่ยวเพื่อหาข้อมูลนั้นเป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวไม่นิยมกันแล้ว ดังนั้นเราควรที่จะนำเทคโนโลยีมาปรับใช้เพื่อเอื้ออำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว

 

นายระวี อุ่นภัทร (ผู้ช่วยผู้อำนวยการธนาคารออมสิน สายงานลูกค้าผู้ประกอบการ SMEs Startup)

– ในฐานะพันธมิตรหลักนั้น ต้องการที่จะช่วยผลักดันรายได้ไปสู่ชุมชนในวงกว้างมากขึ้น

– เกิดนโยบายพัฒนานักศึกษาในรั้วมหาลัยให้เกิดความคิดผู้ประกอบการยุคใหม่ โดยร่วมมือกับหลายๆมหาลัย    และสร้าง co-working space มากกว่า 80 มหาลัย เพื่อส่งเสริมการสร้างสรรค์ด้านธุรกิจ

 

TAT Startup 002

 

นายวรมิตร ครุฑโต (รองกรรมผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย)

– ในบทบาทของธนาคารนั้นต้องการสร้างโอกาสให้กับนักธุรกิจหน้าใหม่ที่ต้องใช้เงินลงทุนเองหรือสำหรับผู้ที่ต้องการพัฒนาธุรกิจ >> สินเชื่อให้กับธุรกิจและบริการร่วมลงทุน

– สร้าง co-working space ให้คำปรึกษาในธุรกิจที่สนใจไม่ว่าจะเป็นโรงแรม รีสอร์ท หรือโลจิสติก

– อยากเฟ้นหา Startup หน้าใหม่ที่สามารถ “เชื่อมโยงธุรกิจกับนักท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

 

นายปริวรรต วงษ์สำราญ (รักษาการผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาผู้ประกอบการนวัตกรรม)

– ตามนโยบายของ Startup Thailand และ Startup Sector Travel Tech

1.1 ต้องการส่งเสริมด้านการลุงทุน เพื่อให้เกิดการสร้างรายได้และการจ้างงาน

1.2 พัฒนา Startup ของคนไทยให้แข็งแกร่งไม่ว่าจะเป็นในด้าน การเกษตร การแพทย์ การท่องเที่ยวและ smart city

1.3 ดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เข้ามาเที่ยวในประเทศไทยมากขึ้น รวมถึงนำ Startup สู่ตลาดต่างประเทศ ซึ่งประเทศสิงค์โปร มาเลเซีย อินโดนีเซียและเวียดนาม เป็นประเทศเป้าหมายที่ต้องการตีตลาดให้ได้

– เฟ้นหา Startup เพื่อการท่องเที่ยวในชุมชน พัฒนาการบริการจัดการท่องเที่ยวไม่ว่าจะเป็นโรงแรม ตั๋วเครื่องบินหรือทัวร์

 

TAT Startup 003

 

นายนพพล อนุกูลวิทยา (ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการและผู้ร่วมก่อตั้ง Take Me Tour)

– Take me tour เป็น platform เชื่อมโยงนักท่องเที่ยวต่างชาติกับคนพื้นที่ต่างๆในประเทศไทย เพื่อสัมผัสประสบการณ์กับชาวบ้านในท้องถิ่นโดยตรง

– ณ ตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่สนใจจะเป็น Startup เนื่องจากได้รับการสนับสนุนจากหลายหน่วยงาน รวมถึงประเทศไทยถือว่าจับอะไรก็เป็นเงินทอง เพราะแหล่งทรัพยากรนั้นมีความอุดมสมบูรณ์

 

** เปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 25 มิ.ย. 2561 ถึง 31 ก.ค. 2561 ชิงเงินรางวัล โล่รางวัลและเข้าร่วมออกบูธในงาน World Travel Market ณ กรุงลอนดอน สมัครได้ที่ Tourism Thailand **

 

 

 

 

 

ผวจ.เชียงรายเปิดประชุมความคิดเห็นผุดเส้นทางท่องเที่ยว 5 เชียง

ผวจ.เชียงรายเปิดประชุมความคิดเห็นผุดเส้นทางท่องเที่ยว 5 เชียง

ผวจ.เชียงรายเปิดประชุมความคิดเห็นผุดเส้นทางท่องเที่ยว 5 เชียง

            เมื่อเร็ว ๆ นี้ ณ โรงแรมดุสิตไอส์แลนด์ รีสอร์ท เชียงราย นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ว่าที่ ผวจ.เชียงราย เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมระดมความคิดเห็นเพื่อวิเคราะถึงศักยภาพต่าง ๆ ในการจัดทำเส้นทางท่องเที่ยว 5 เชียง โดยจะมีสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาประจำจังหวัดเชียงราย เป็นหน่วยงานดำเนินการ และนายกิตติ ทิศสกุล ว่าที่ประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวประจำจังหวัดเชียงราย มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย รวมถึงเครือข่ายภาครัฐ และเอกชนที่เกี่ยวข้องในภาคเหนือของไทย นอกจากนี้ยังมีประเทศเมียนมา สปป.ลาว และ มณฑลยูนนาน จีนด้วย โดยตลอดวันที่ 8-11 ม.ค.2561 จะมีการให้ข้อมูลเรื่อง 5 เชียง ซึ่งประกอบไปด้วย  เชียงราย เชียงใหม่ ประเทศไทย และเชียงตุง ที่ถือเป็นเมืองสำคัญในรัฐฉาน ประเทศเมียนมา เชียงรุ้งหรือจิ่งหง และเมืองเอกของเขตปกรองตนเองไตลื้อสิบสองปันนา เชียงทอง หรือ หลวงพระบาง ที่เป็นเมืองมรดกโลกในแขวงหลวงพระบาง สปป.ลาว ร่วมกันจัดเสวนาโดยผ่านการนำเสนอ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในหลายเรื่อง มีการระดมสมองของกลุ่มผู้ประกอบเกี่ยวกับเรื่องจุดแข็ง และจุดอ่อนการท่องเที่ยว 5 เชียง มีกิจกรรมศึกษาดูงานอกสถานที่ เสนอเส้นทางการท่องเที่ยว และกิจกรรมการท่องเที่ยวทั้งหมดของ 5 เชียง รับฟังแนวคิดกลุ่มผู้ร่วมประชุมเรื่องรูปแบบ และกิจกรรมการท่องเที่ยวเชื่อมโยงทั้งจังหวัด 5 เชียง เป็นต้น

นายณรงค์ศักดิ์ เผยว่า ในเรื่องของการท่องเที่ยวถือเป็นรายได้หลักในปี 60 ที่ผ่านมา โดยมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามามากที่สุดถึง 35 ล้านคนด้วยกัน อีกทั้งยังมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยในอนาคต รวมทั้งรายได้จากภาคการท่องเที่ยวยังคิดเป็น 15% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศหรือจีดีพีของไทย สำหรับ จ.เชียงรายนั้น มีนักท่องเที่ยว 4 ล้านคน และจ.เชียงใหม่อีก 10 ล้านคน แต่ยังไม่ทราบข้อมูลอีก 3 เชียงที่เหลืออยู่ ดังนั้นแล้วการส่งเสริมการท่องเที่ยวจึงเป็นจุดขายสำคัญอย่างมาก และหากประเทศในภูมิภาคนี้มาเข้าร่วมกัน ก็จะสามารถเชื่อมโยงเป็นพันธมิตรด้านการท่องเที่ยวได้ และเป็นการกระจายรายได้ด้านการท่องเที่ยวนี้ออกไปทั่วทั้งภูมิภาคได้อย่างแน่นอน

ทั้งนี้กลุ่มนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ในภูมิภาคยังคงเป็นกลุ่มชาวจีน และมีประเทศในกลุ่มอาเซียนด้วยกัน ซึ่งมีประชากรรวมกันถึงกว่า 600 ล้านคน ซึ่งเข้ามาในประเทศไทยและประเทศใกล้เคียง ดังนั้นถ้ากลุ่ม 5 เชียง สามารถพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวร่วมกันโดยอาศัยความมีที่มาที่ไปที่เชื่อมโยงและเล่าเรื่องราวความเป็นมาของ 5 เชียงร่วมกันได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีความสัมพันธ์ทางด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ก็จะกลายเป็นจุดขายที่สำคัญ กระนั้นสิ่งสำคัญอันดับแรกที่ต้องนึกถึงคือการทำความเข้าใจเรื่อง 5 เชียงกับผู้ที่จะมาทำงานร่วมกันก่อนนั่นเอง ซึ่งก็คือภาครัฐและเอกชนด้านการท่องเที่ยวทั้ง 4 ประเทศ