Samui Asia Music Festival 2018

งานเทศกาลดนตรีสมุย Samui Asia Music Festival 2018

งานเทศกาลดนตรีสมุย Samui Asia Music Festival 2018

ททท.สำนักงานเกาะสมุย ประกาศการจัดงานเทศกาลดนตรีสมุยเอเชียครั้งแรกในงาน Samui Asia Music Festival 2018 ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 18-19 สิงหาคม 2561  ณ พรุเฉวง อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี

งานเทศกาลดนตรีสมุยเอเชียมิวสิคอวอร์ดครั้งนี้ มีประสบการณ์ทางดนตรีที่ยอดเยี่ยมของเอเชีย ททท. ภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในการจัดงานและสนับสนุนการจัดงานระดับโลกอีกครั้งหนึ่งในเมืองไทยซึ่งคาดว่าจะดึงดูดความสนใจของชาวเกาะสมุยและชาวต่างชาติได้มากขึ้น

Samui Asia Music Festival ได้รับการจัดอย่างสมบูรณ์แบบด้วยแนวคิดการสื่อสารแบบใหม่ ซึ่งเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับประเทศไทยทั้งจากมุมมองใหม่และที่มีอยู่

เทศกาลดนตรีสมุยเอเชียมิวสิค 2018 พร้อมกับเพลงแนวน่าฟังจะนำเสนอเทศกาลอาหารที่ผู้คนเลือกมากมายในอาหารและเครื่องดื่มในตลาดของเทศกาล เป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่สัญญาว่าจะเป็นงานเทศกาลที่น่าตื่นเต้นสนุกสนานและน่าตื่นเต้นเทศกาล

เพื่อส่งเสริมและประชาสัมพันธ์กิจกรรมการท่องเที่ยวทางด้านดนตรีของเกาะสมุย และกระตุ้นให้เกิดการเดินทางของนักท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียเข้ามาในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียง รวมถึงการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของจังหวัด ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้ถือเป็นเทศกาลดนตรีบนเกาะสมุยครั้งแรกที่ได้รวบรวมศิลปินทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีชื่อเสียง มาร่วมสร้างความประทับใจ โดยเข้าชมฟรี นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจำหน่ายสินค้าของที่ระลึกต่างๆกว่า 200 บูธในราคาย่อมเยาอีกด้วย

ททท. เปิดตัวโครงการ อส. Social ชวนคนรุ่นใหม่ไปเที่ยวและนอนโฮมสเตย์ชุมชน

ททท. เปิดตัวโครงการ อส. Social ชวนคนรุ่นใหม่ไปเที่ยวและนอนโฮมสเตย์ชุมชน

ททท. เปิดตัวโครงการ อส. Social ชวนคนรุ่นใหม่ไปเที่ยวและนอนโฮมสเตย์ชุมชน

 

ททท. เปิดตัวโครงการ อส. Social อาสาสมัครชาวโซเชียล ร่วมโปรโมทชุมชนให้กระฉ่อนโซเชียล ชวนคนรุ่นใหม่ไปเที่ยวและนอนโฮมสเตย์ชุมชน แบบวันไนท์ สเตย์ วิท โลคอล One Night Stay with Locals”

 

กรุงเทพ 16 กรกฎาคม 2561 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) , บริษัท มิตรแท้ประกันภัย จำกัด (มหาชน) , บริษัท เอวิส เรนท์ อะ คาร์ , Read Me.me (รีดมีดอทมี) , เว็บไซต์ท่องเที่ยวทราเวลไอโกดอทคอท เปิดตัวโครงการ อส. Social รวมพลังอาสาสมัครชาวโซเชียลช่วยโปรโมทชุมชนไทยให้กระฉ่อนโซเชียล ชวนคนรุ่นใหม่ไปเที่ยวชุมชน

 

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่าการส่งเสริมให้คนรุ่นใหม่ไปเที่ยว

ททท. เปิดตัวโครงการ อส. Social ชวนคนรุ่นใหม่ไปเที่ยวและนอนโฮมสเตย์ชุมชน
ททท. เปิดตัวโครงการ อส. Social ชวนคนรุ่นใหม่ไปเที่ยวและนอนโฮมสเตย์ชุมชน

ชุมชน เป็นหนึ่งในโจทย์สำคัญของการทำการตลาดท่องเที่ยวชุมชน

จากข้อมูลที่ ททท. สำรวจความคิดเห็นของนักเดินทางคนรุ่นใหม่ พบว่า คนรุ่นใหม่ต้องการไปชุมชนที่มีกิจกรรมสนุก มีที่ให้ถ่ายรูปสวยๆ ไว้อัพเดทโปรไฟล์ มีอาหารท้องถิ่นที่นำเสนออย่างน่าสนใจเห็นแล้วต้องถ่ายรูป มีที่พักเก๋ๆ น่ารัก น่านอน และกลุ่มคนรุ่นใหม่ มองว่าข้อมูลชุมชนท่องเที่ยวที่ปรากฏอยู่บนสื่อออนไลน์ สื่อโซเชียลมีอยู่น้อยมาก ซึ่งยังไม่สามารถสร้างแรงบันดาลใจมากพอ

จากข้อมูลนี้ ททท. ได้นำมาเป็นแนวทางในการทำงานโดยเริ่มจากการคัดสรรชุมชนท่องเที่ยวตามโจทย์ ความสนใจของคนรุ่นใหม่ และเชิญทีมนักออกแบบจากคณะมนุษยศาสตร์และการจัดการการท่องเที่ยวมหาวิทยาลัยกรุงเทพ มาช่วยเพิ่มเติมเสน่ห์ชุมชนให้โดนใจคนรุ่นใหม่ ด้วยการออกแบบการนำเสนออาหารท้องถิ่น

 

 

 

 

TAT Startup 001

TAT Startup

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) แถลงข่าวเรื่อง การจัดประกวด TAT Startup เฟ้นหาผู้ประกอบการธุรกิจยุคใหม่ (ธุรกิจเปิดใหม่ และต่อยอดธุรกิจเดิม)

โดยมีการพูดคุยถึงรายละเอียดเกี่ยวกับวัตถุประสงค์สำคัญ และเป้าหมายของการจัดงานภายในครั้งนี้ รวมทั้งมีการเชิญชวนผู้ประกอบการธุรกิจต่างๆ มาเข้าร่วมสมัครการประกวดนี้อีกด้วย

การจัดประกวด TAT Startup เฟ้นหาผู้ประกอบการธุรกิจยุคใหม่

นายยุทธศักดิ์ สุภสร (ผู้ว่า ททท.)

– ต้องการให้เกิดความเคลื่อนไหวในอุตสาหกรรม ขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรม หรือ Value Based Economy ตามนโยบายประเทศไทย 4.0

– เพื่อสร้างประโยชน์ สร้างมูลค่าเพิ่ม และโอกาสใหม่ๆ โดยส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวในประเทศให้เติบโตสู่ระดับภูมิภาคและระดับโลก

– ปัจจุบันเทคโนโลยีมีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น การเปิดหนังสือท่องเที่ยวเพื่อหาข้อมูลนั้นเป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวไม่นิยมกันแล้ว ดังนั้นเราควรที่จะนำเทคโนโลยีมาปรับใช้เพื่อเอื้ออำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว

 

นายระวี อุ่นภัทร (ผู้ช่วยผู้อำนวยการธนาคารออมสิน สายงานลูกค้าผู้ประกอบการ SMEs Startup)

– ในฐานะพันธมิตรหลักนั้น ต้องการที่จะช่วยผลักดันรายได้ไปสู่ชุมชนในวงกว้างมากขึ้น

– เกิดนโยบายพัฒนานักศึกษาในรั้วมหาลัยให้เกิดความคิดผู้ประกอบการยุคใหม่ โดยร่วมมือกับหลายๆมหาลัย    และสร้าง co-working space มากกว่า 80 มหาลัย เพื่อส่งเสริมการสร้างสรรค์ด้านธุรกิจ

 

TAT Startup 002

 

นายวรมิตร ครุฑโต (รองกรรมผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย)

– ในบทบาทของธนาคารนั้นต้องการสร้างโอกาสให้กับนักธุรกิจหน้าใหม่ที่ต้องใช้เงินลงทุนเองหรือสำหรับผู้ที่ต้องการพัฒนาธุรกิจ >> สินเชื่อให้กับธุรกิจและบริการร่วมลงทุน

– สร้าง co-working space ให้คำปรึกษาในธุรกิจที่สนใจไม่ว่าจะเป็นโรงแรม รีสอร์ท หรือโลจิสติก

– อยากเฟ้นหา Startup หน้าใหม่ที่สามารถ “เชื่อมโยงธุรกิจกับนักท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

 

นายปริวรรต วงษ์สำราญ (รักษาการผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาผู้ประกอบการนวัตกรรม)

– ตามนโยบายของ Startup Thailand และ Startup Sector Travel Tech

1.1 ต้องการส่งเสริมด้านการลุงทุน เพื่อให้เกิดการสร้างรายได้และการจ้างงาน

1.2 พัฒนา Startup ของคนไทยให้แข็งแกร่งไม่ว่าจะเป็นในด้าน การเกษตร การแพทย์ การท่องเที่ยวและ smart city

1.3 ดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เข้ามาเที่ยวในประเทศไทยมากขึ้น รวมถึงนำ Startup สู่ตลาดต่างประเทศ ซึ่งประเทศสิงค์โปร มาเลเซีย อินโดนีเซียและเวียดนาม เป็นประเทศเป้าหมายที่ต้องการตีตลาดให้ได้

– เฟ้นหา Startup เพื่อการท่องเที่ยวในชุมชน พัฒนาการบริการจัดการท่องเที่ยวไม่ว่าจะเป็นโรงแรม ตั๋วเครื่องบินหรือทัวร์

 

TAT Startup 003

 

นายนพพล อนุกูลวิทยา (ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการและผู้ร่วมก่อตั้ง Take Me Tour)

– Take me tour เป็น platform เชื่อมโยงนักท่องเที่ยวต่างชาติกับคนพื้นที่ต่างๆในประเทศไทย เพื่อสัมผัสประสบการณ์กับชาวบ้านในท้องถิ่นโดยตรง

– ณ ตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่สนใจจะเป็น Startup เนื่องจากได้รับการสนับสนุนจากหลายหน่วยงาน รวมถึงประเทศไทยถือว่าจับอะไรก็เป็นเงินทอง เพราะแหล่งทรัพยากรนั้นมีความอุดมสมบูรณ์

 

** เปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 25 มิ.ย. 2561 ถึง 31 ก.ค. 2561 ชิงเงินรางวัล โล่รางวัลและเข้าร่วมออกบูธในงาน World Travel Market ณ กรุงลอนดอน สมัครได้ที่ Tourism Thailand **

 

 

 

 

 

ผวจ.เชียงรายเปิดประชุมความคิดเห็นผุดเส้นทางท่องเที่ยว 5 เชียง

ผวจ.เชียงรายเปิดประชุมความคิดเห็นผุดเส้นทางท่องเที่ยว 5 เชียง

ผวจ.เชียงรายเปิดประชุมความคิดเห็นผุดเส้นทางท่องเที่ยว 5 เชียง

            เมื่อเร็ว ๆ นี้ ณ โรงแรมดุสิตไอส์แลนด์ รีสอร์ท เชียงราย นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ว่าที่ ผวจ.เชียงราย เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมระดมความคิดเห็นเพื่อวิเคราะถึงศักยภาพต่าง ๆ ในการจัดทำเส้นทางท่องเที่ยว 5 เชียง โดยจะมีสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาประจำจังหวัดเชียงราย เป็นหน่วยงานดำเนินการ และนายกิตติ ทิศสกุล ว่าที่ประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวประจำจังหวัดเชียงราย มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย รวมถึงเครือข่ายภาครัฐ และเอกชนที่เกี่ยวข้องในภาคเหนือของไทย นอกจากนี้ยังมีประเทศเมียนมา สปป.ลาว และ มณฑลยูนนาน จีนด้วย โดยตลอดวันที่ 8-11 ม.ค.2561 จะมีการให้ข้อมูลเรื่อง 5 เชียง ซึ่งประกอบไปด้วย  เชียงราย เชียงใหม่ ประเทศไทย และเชียงตุง ที่ถือเป็นเมืองสำคัญในรัฐฉาน ประเทศเมียนมา เชียงรุ้งหรือจิ่งหง และเมืองเอกของเขตปกรองตนเองไตลื้อสิบสองปันนา เชียงทอง หรือ หลวงพระบาง ที่เป็นเมืองมรดกโลกในแขวงหลวงพระบาง สปป.ลาว ร่วมกันจัดเสวนาโดยผ่านการนำเสนอ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในหลายเรื่อง มีการระดมสมองของกลุ่มผู้ประกอบเกี่ยวกับเรื่องจุดแข็ง และจุดอ่อนการท่องเที่ยว 5 เชียง มีกิจกรรมศึกษาดูงานอกสถานที่ เสนอเส้นทางการท่องเที่ยว และกิจกรรมการท่องเที่ยวทั้งหมดของ 5 เชียง รับฟังแนวคิดกลุ่มผู้ร่วมประชุมเรื่องรูปแบบ และกิจกรรมการท่องเที่ยวเชื่อมโยงทั้งจังหวัด 5 เชียง เป็นต้น

นายณรงค์ศักดิ์ เผยว่า ในเรื่องของการท่องเที่ยวถือเป็นรายได้หลักในปี 60 ที่ผ่านมา โดยมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามามากที่สุดถึง 35 ล้านคนด้วยกัน อีกทั้งยังมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยในอนาคต รวมทั้งรายได้จากภาคการท่องเที่ยวยังคิดเป็น 15% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศหรือจีดีพีของไทย สำหรับ จ.เชียงรายนั้น มีนักท่องเที่ยว 4 ล้านคน และจ.เชียงใหม่อีก 10 ล้านคน แต่ยังไม่ทราบข้อมูลอีก 3 เชียงที่เหลืออยู่ ดังนั้นแล้วการส่งเสริมการท่องเที่ยวจึงเป็นจุดขายสำคัญอย่างมาก และหากประเทศในภูมิภาคนี้มาเข้าร่วมกัน ก็จะสามารถเชื่อมโยงเป็นพันธมิตรด้านการท่องเที่ยวได้ และเป็นการกระจายรายได้ด้านการท่องเที่ยวนี้ออกไปทั่วทั้งภูมิภาคได้อย่างแน่นอน

ทั้งนี้กลุ่มนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ในภูมิภาคยังคงเป็นกลุ่มชาวจีน และมีประเทศในกลุ่มอาเซียนด้วยกัน ซึ่งมีประชากรรวมกันถึงกว่า 600 ล้านคน ซึ่งเข้ามาในประเทศไทยและประเทศใกล้เคียง ดังนั้นถ้ากลุ่ม 5 เชียง สามารถพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวร่วมกันโดยอาศัยความมีที่มาที่ไปที่เชื่อมโยงและเล่าเรื่องราวความเป็นมาของ 5 เชียงร่วมกันได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีความสัมพันธ์ทางด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ก็จะกลายเป็นจุดขายที่สำคัญ กระนั้นสิ่งสำคัญอันดับแรกที่ต้องนึกถึงคือการทำความเข้าใจเรื่อง 5 เชียงกับผู้ที่จะมาทำงานร่วมกันก่อนนั่นเอง ซึ่งก็คือภาครัฐและเอกชนด้านการท่องเที่ยวทั้ง 4 ประเทศ