จัดระเบียบโรงแรมเถื่อนเข้าสู่ระบบ เพิ่มรายได้การท่องเที่ยว

จัดระเบียบโรงแรมเถื่อนเข้าสู่ระบบ เพิ่มรายได้การท่องเที่ยว

จัดระเบียบโรงแรมเถื่อนเข้าสู่ระบบ เพิ่มรายได้การท่องเที่ยว

            ปัญหาโรงแรมเถื่อน” ส่งผลกระทบต่อประเทศชาติในหลายด้าน โดยเฉพาะทางด้านการท่องเที่ยวที่ส่งผลให้ประเทศชาติไม่ได้รับเงินอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย เนื่องจากโรงแรมเถื่อนไม่ได้จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายกำหนดเพียงเพื่อต้องการเลี่ยงภาษีเท่านั้น แต่ยังทำให้เกิดปัญหาการตัดราคาค่าห้องพักเช่นกัน

ดังนั้น แม้ว่าในแต่ละปีประเทศไทยจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวมาเยือนเป็นมากขึ้น แต่ปัญหาคือรายได้และการเติบโตที่ไม่สัมพันธ์กัน อันเนื่องมาจาก อัตราค่าห้องพักเฉลี่ยในธุรกิจโรงแรมไทย อยู่ในอันดับ 3 ในสเกลต่ำที่สุดของภูมิภาคอาเซียน ทั้ง ๆ ที่ไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวเติบโตมกาที่สูงสุดเป็นอันดับ 1 ต่างจากประเทศสิงคโปร์อย่างสิ้นเชิง ที่ถึงแม้จะมีจำนวนนักท่องเที่ยวน้อยกว่า แต่อัตราค่าห้องพักเฉลี่ยพบว่าสูงมาก หากเทียบกับปี 2557 จะพบว่าอัตราค่าห้องพักเฉลี่ยของโรงแรมในไทยจะอยู่ที่ 130 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อคืนเท่านั้น ส่วนที่สิงคโปร์ เฉลี่ยอยู่ที่ 280 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อคืน!!

เตรียมจัดระเบียบโรงแรมเถื่อน เข้าสู่ระบบ

ช่วงเวลาที่ผ่านมาภาครัฐฯ มีความพยายามเร่งมือแก้ไขให้พ.ร.บ.โรงแรม มีความยืดหยุ่นมากขึ้นเพื่อให้บรรดาโรงแรมเถื่อนที่มีอยู่มากมายในประเทศ สามารถเข้ามายื่นขอจดทะเบียนเข้าสู่ระบบได้ง่ายขึ้น ซึ่งแตกต่างจากเดิมที่จะมีข้อกำหนดระบุเอาไว้ในเรื่องของที่จอดรถ และเรื่องของล็อบบี้ ที่ไม่ค่อยมีความสำคัญมาก และไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องของความปลอดภัย แต่ทว่า ทุกวันนี้มีการแก้ไข พ.ร.บ.โรงแรม ให้มีความยืดหยุ่นยิ่งขึ้น

ทั้งหมดนี้ ทางภาครัฐจะเร่งประชาสัมพันธ์ต่อไป เพื่อจูงใจให้โรงแรมเถื่อนทั้งหลายเหล่านี้เข้าสู่ระบบมากขึ้น ควบคู่ไปกับการดำเนินโครงการต่าง ๆ ของรัฐบาลที่เกิดขึ้นเพื่อกระตุ้นและส่งเสริมการท่องเที่ยว ทั้งเรื่องการลดหย่อนภาษี และโครงการด้านการตลาดของหน่วยงานด้านการท่องเที่ยว ซึ่งจะเปิดโอกาศให้เฉพาะสถานประกอบการที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น สิ่งเหล่านี้จะช่วยดึงให้โรงแรมเถื่อนเหล่านั้นหันมาประกอบธุรกิจอย่างถูกต้องในระดับหนึ่ง

รัฐใช้เฉพาะโรงแรมถูกกฎหมายเท่านั้น

นอกจากนี้แล้ว เรื่องที่จะช่วยดึงดูดให้โรงแรมเถื่อนหันมาเข้าระบบตามกฎหมายได้มากขึ้น คือ ต้องมีการจัดประชุมสัมมนาในประเทศของหน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ ที่สำคัญต้องใช้โรงแรมหรือที่พักที่มีการจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย หรือมีใบอนุญาตในการดำเนินธุรกิจถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น จึงจะอนุญาติให้เบิกจ่ายค่าใช้จ่ายกับทางกระทรวงการคลังได้ ซึ่งเรื่องนี้ ได้นำเสนอมาแล้วบนเวทีจากหลาย ๆ การประชุมร่วมกับภาครัฐ ดังนั้นรัฐบาลต้องหยิบยกนำข้อเสนอนี้มาพิจารณา

อีกประเด็นคือ การแก้ไขปัญหาขาดแคลนแรงงานในโรงแรม ที่เมื่อทำงานไปสักพัก มักจะถูกซื้อตัวไปทำงานในภาคธุรกิจอื่นอยู่เสมอ ดังนั้น จึงต้องทำเอ็มโอยูกับสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ให้เพิ่มขึ้นอีกหลายแห่ง เพื่อเป็นการดึงดูดแรงงานเข้ามาร่วมปฏิบัติงานในภาคนี้มากยิ่งขึ้น

โรงแรมคาเปลล่า ในสิงคโปร์ สถานที่จัดประชุม ทรัมป์และคิม

โรงแรมคาเปลล่า ในสิงคโปร์ สถานที่จัดประชุม ทรัมป์และคิม

โรงแรมคาเปลล่า ในสิงคโปร์ สถานที่จัดประชุม ทรัมป์และคิม

            ทำเนียบขาว เผย “โรงแรมสุดหรูคาเปลล่า” บนเกาะเซนโตซ่า แห่งประเทศสิงคโปร์ ให้เป็นสถานที่จัดประชุมสุดยอดของสองผู้นำ ระหว่างเกาหลีเหนือ-สหรัฐฯ ภายในวันที่ 12 มิ.ย. 2018 ที่จะถึงนี้

นางซาราห์ แซนเดอร์ส โฆษกหญิงประจำทำเนียบขาว ได้โพสต์ข้อความลงบนทวิตเตอร์ เปิดเผยถึงสถานที่จัดประชุมครั้งประวัติศาสตร์ระหว่างนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ กับ นายคิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดแห่งประเทศเกาหลีเหนือ ในวันที่ 12 มิถุนายนที่จะถึงนี้อย่างเป็นทางการ ได้แก่ โรงแรมคาเปลล่า (Capella) บนเกาะเซนโตซ่า (Sentosa) ประเทศสิงคโปร์

จากนั้นได้ทิ้งข้อความส่งท้ายว่า “ขอขอบคุณเจ้าภาพสิงคโปร์ สำหรับความช่วยเหลือด้านต่าง ๆ” แต่ไม่ได้หยิบยกรายละเอียดถึงเหตุผลที่เลือกโรงแรมคาเปลล่า มาเป็นสถานที่จัดประชุมแต่อย่างใด

ความเป็นไปได้ที่ “โรงแรมคาเปลล่า” ถูกเลือกให้เป็นสถานที่จัดประชุมสุดยอดผู้นำ

อาจเป็นเพราะที่ตั้งอยู่ห่างจากใจกลางเมืองหลวง แต่ก็ไม่ได้ไกลมากเท่าไหร่นัก อีกทั้งธรรมชาติบนเกาะเซนโตซ่ายังมีความสวยงาม บรรยากาศเงียบสงบ และเป็นส่วนตัวสูง จึงทำให้ง่ายต่อการดำเนินการวางระบบรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด ที่สำคัญโรงแรมแห่งนี้ยังมีสนามกอล์ฟดีที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเชียงใต้อีกด้วย จึงมีโอกาศสูงมากที่ “คิมและทรัมป์” อาจมาออกรอบตีกอล์ฟด้วยกันก็เป็นได้ ถ้าเกิดขึ้นจริงก็นับได้ว่าเป็นภาพที่หาดูที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว

เร่งจัดเตรียมพื้นที่พิเศษ เตรียมพร้อมควบคุมดูแล

และเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาของรัฐบาลประเทศสิงคโปร์ ก็ได้ออกมาเผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี โดยกำหนดให้ เกาะเซนโตซ่าและพื้นที่บริเวณโดยรอบในรัศมี 1 กิโลเมตร, เขตแทงลิน, เขตนิวตัน และถนนออร์ชาร์ด ที่ตั้งกระทรวงการต่างประเทศ, สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ, โรงแรมแชงกรี-ลา รวมถึงโรงแรมหรูอีกหลายแห่ง ให้เป็น “พื้นที่เหตุการณ์พิเศษ” ระหว่างวันที่ 10-14 มิ.ย.นี้ เพื่อให้ง่ายต่อกการควบคุมดูแล และเตรียมความพร้อมในเรื่องระบบรักษาความปลอดภัย

ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีทรัมป์ ก็ได้ออกมาต้อนรับ นายพลสี่ดาว “คิม ยอง-ชอล” ผู้ส่งสาส์นขนาดใหญ่จากผู้นำคิม ด้วยตนเอง ส่วนโครงร่างการประชุมสุดยอดครั้งประวัติศาสตร์ เจ้าหน้าที่ของสหรัฐฯ และเกาหลีเหนือ ได้ร่วมมือกันกำหนดขึ้น เพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

เปิดประสบการณ์ใหม่ให้นักท่องเที่ยว ไปกับโรงแรมสุดคูลจากทั่วโลก

เปิดประสบการณ์ใหม่ให้นักท่องเที่ยว ไปกับโรงแรมสุดคูลจากทั่วโลก

เปิดประสบการณ์ใหม่ให้นักท่องเที่ยว ไปกับโรงแรมสุดคูลจากทั่วโลก

            การออกเดินทางท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่าง ๆ ทั่วโลก นอกจากสถานที่ยอดนิยมที่ต้องไปเช็กอินให้ได้แล้ว เรื่องสถานที่พัก หรือโรงแรมเองก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะนักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยต่างก็ชื่นชอบสัมผัส ดื่มด่ำไปกับบรรยากาศของสถานที่พัก มากกว่าใช้เป็นแค่ที่ซุกหัวนอนเท่านั้น

ดังนั้นหากมีความต้องการเปิดประสบการณ์ที่แปลกใหม่ ไม่เหมือนใคร ทางเว็บไซต์ forbes.com ก็มี 5 โรงแรมสุดคูลมาแนะนำให้รู้จักกัน ซึ่งในจำนวนทั้งหมดนี้มีโรงแรมจากประเทศไทยรวมอยู่ด้วย!!!

1.เล่นสกีไปกับเหล่านักกีฬาโอลิมปิก The Chedi Andermatt (ประเทศสวิตเซอร์แลนด์)

แขกจำนวน 16 ท่าน ที่ได้มาเข้าพักในโรงแรมสุดหรู The Chedi Andermatt ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในช่วงระหว่างวันที่ 3-4 มินาคม ปี 2018 จะมีโอกาสได้ร่วมเล่นสกีในช่วงวันหยุดไปกับเหล่านักกีฬาสกีโอลิมปิกชื่อดัง อย่าง “มาร์โก บูเชล” ผู้มีประสบการณ์คว้าแชมป์โอลิมปิกฤดูหนาวมาถึง 6 สมัยด้วยกัน (1992-2010) นอกจากนี้แล้วยังได้ร่วมดินเนอร์ และสอบถามเคล็ดลับต่าง ๆ ในการเล่นสกีแบบไกล้ชิดได้อีกด้วย ซึ่งราคาแพกเกจที่พักในโรงแรม 1 คืน จะอยู่ที่ราคา 870 ฟรังก์สวิส หรือปะมาณ 29000 บาท

2.ร่วมทำวัตรไปกับพระสงฆ์  Gangtey Lodge (ประเทศภูฏาน)

เมื่อนักท่องเที่ยวมาพักที่ Gangtey Lodge ในประเทศภูฏาน จะมีโอกาสได้เข้าร่วมกิจกรรมทำวัตรเช้าสวดมนตร์ไปกับเหล่าพระสงฆ์ ในช่วงเวลา 05.15-06.15 น.ของทุกวัน (ยกเว้นวันอาทิตย์) หรือถ้าตื่นเช้าได้กว่าช่วงเวลานี้ ก็สามารถเข้าร่วมกิจกรรมเดินจงกรมในเวลาก่อนตี 5 ได้เช่นกัน โดยในช่วงเย็นตั่งแต่เวลา 17.30 น. เป็นต้นไป ทางโรงแรมจะมีการจัดที่พักให้แก่บรรดาแขกได้มานั่งปฏิบัติสมาธิร่วมกัน  ก่อนจะถึงการทำวัตรเย็น ในช่วงเวลา 18.09 – 19.15 น. เป็นต้นไป

3.รับประทานข้าวเที่ยงกับนักซูโม่ Palace Hotel (ประเทศญี่ปุ่น)

สำหรับโรงแรม  Palace Hotel แห่งนี้ ถือเป็นโรงแรมสุดคูลของประเทศญี่ปุ่น ที่จะมอบประสบการณ์ให้กับแขกที่มาเข้าพักได้พบปะกับนักกีฬาซูโม่ต้นฉบับของแท้แบบตัวเป็น ๆ ซึ่งถ้าหากมาเข้าพักในช่วง 2 อาทิตย์ก่อนมีการแข่งขันซูโม่ที่ Ryogoku Kokugikan ในกรุงโตเกียว (ช่วงเดือนมกราคม,พฤษภาคม และกันยายน) จะมีโอกาศได้ชมการฝึกซ้อมของเหล่านักกีฬาซูโม่ชื่อนากว่า 90 นาที ก่อนจะได้ไปเข้าร่วมรับประทานอาหารกลางวันด้วยกัน และปิดท้ายด้วยการเก็บภาพถ่ายเป็นที่ระลึก สำหรับแพกเกจของโรงแรมแห่งนี้ จะอยู่ที่ราคา 720000 เยน หรือราว 2 แสนกว่าบาทเลยทีเดียว

4.รับประทานข้าวบนต้นไม้ Soneva Kiri (ประเทศไทย)

โซเนวา คีรี (Soneva Kiri) ณ ประเทศไทยแห่งนี้ คือรีสอร์ทที่ตั้งอยู่บนเกาะกูด ที่มีความโดเด่นอยู่ที่ร้านอาหารบนต้นไม้ ที่แขกผู้มาเข้าพักจะได้รับความเป็นส่วนตัวอย่างมาก ไปกับตะอาหารที่ตั้งอยู่บนต้นไม้ ที่อยู่สูงจากพื้นดินประมาณ 5 เมตร ทำให้สามารถมองเห็นวิวต้นไม้ และทะเลในมุมมองที่ดูแปลกใหม่ออกไป พร้อมกับความตื่นตาตระการใจ จากพนักงานที่จะใช้สลิงค์โรยตัวลงมาเพื่อเสิร์ฟอาหารกันแบบสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

5.ชมฝูงค้างคาวบินนับนับล้าน Ted Turner Expeditions (ประเทศสหรัฐอเมริกา)

Ted Turner Expeditionsที่ตั้งอยู่ในรัฐนิวเม็กซิโก ประเทศสหรัฐอเมริกาแห่งนี้ เป็นบริษัทจัดทัวร์ และโรงแรมที่ผู้มีนามว่า “เท็ด เทอร์เนอร์” ผู้ก่อตั้งสถานีข่าว CNN เป็นเจ้าของ หากใครได้มาใช้บริการที่แห่งนี้ในช่วงฤดูร้อน จะได้สัมผัสประสบการณ์ไปกับการชมฝูงค้างคาวนับล้านตัวบินออกมาจากถ้ำ Jornada Bat Cave ในช่วงเย็นเพื่อออกล่าหาอาหาร