โรงแรมในไทย 2 แห่ง ติดอันดับ Heritage hotel ดีที่สุดในเอเชีย

โรงแรมในไทย 2 แห่ง ติดอันดับ Heritage hotel ดีที่สุดในเอเชีย

โรงแรมในไทย 2 แห่ง ติดอันดับ Heritage hotel ดีที่สุดในเอเชีย

            ผลการจัดอันดับโรงแรมที่มีคุณค่าทางมรดกและวัฒนธรรม (Heritage hotel) ที่ถูกจัดทำโดยซีเอ็นเอ็น เทรเวล พบว่า มีโรงแรมจากประเทศไทยเข้ามาติดอันดับจำนวน 2 แห่งด้วยกัน ซึ่งมีดังต่อไปนี้

1.แมนดาริน โอเรียนเต็ล, กรุงเทพ (Mandarin Oriental)

โรงแรมแห่งนี้ แมนดาริน โอเรียนเต็ล, กรุงเทพ ถือกำเนิดขึ้นมาในปี 1876 หรือประมาณ 140 ปีมาแล้ว ด้วยฝีมือของกลุ่มนักธุรกิจและนักเดินท่องเที่ยวชาวต่างชาติในสมัยก่อน ที่เดินทางเข้ามาภายหลังจากสยามเปิดเสรีทางการค้าครั้งแรกจากสนธิสัญญาเบาว์ริ่ง

สำหรับตัวโรงแรมนั้น ถูกดัดแปลงมาจากธนาคารเจ้าพระยา ที่ตั้งอยู่ริมเเม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งถือเป็นเส้นทางการคมนาคมที่สำคัญของสยามในสมัยนั้น ที่สำคัญ โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล เรียกได้ว่าเป็นโรงแรมที่มีความเก่าแก่ที่สุดของไทยที่ยังคงเปิดทำการอยู่จนถึงทุกวันนี้

2.เซ็นทารา แกรนด์ บีช รีสอร์ท แอนด์ วิลล่า หัวหิน (Centara Grand Beach Resort & Villas Hua Hin)

สำหรับโรงแรมในเครือเซ็นทารา 1 ใน 2 แห่งนี้ ก็เป็นอีกหนึ่งโรงแรมของไทย ที่สามารถเข้าไปติดอันดับ โดยนิตยสารชื่อดังอย่างไทม์ ก็ยกให้เป็น Heritage hotel ที่ดีที่สุดในเอเชียด้วยเช่นกัน ซึ่งโรงแรมแห่งนี้ เปิดทำการมาตั้งแต่ปี 1923 โดยมีชื่อเรียกเดิมว่า “โรงแรมรถไฟ”

ที่สำคัญ โรงแรงแห่งนี้ ยังถูกสร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบอาณานิคม ที่ตั้งอยู่ในเมืองหัวหิน ซึ่งเปรียบเสมือนเมืองหน้าด่านที่เชื่อมต่อระหว่างภาคใต้ของไทย กับเมืองหลวงคือกรุงเทพมหานคร และเมืองทางภาคตะวันตกของไทย ปัจจุบันนี้ ภายในตัวโรงแรมยังคงรักษาบรรยากาศ ในช่วงเวลาที่หัวหินเป็นเมืองตากอากาศของชนชั้นนำได้เป็นอย่างดี ด้วยการตกแต่งสไตล์ยุโรป ที่มาพร้อมกับความโรแมนติกด้วยสวนและระเบียงสีขาวสะอาดตา

โรงแรมอื่น ๆ ในเอเชีย ที่เข้ามาติดอันดับในครั้งนี้

1.โรงแรมราฟเฟิลส์, สิงคโปร์ (Raffles Hotel)

2.เดอะ เพนินซูล่า, ฮ่องกง (The Peninsula)

3.เดอะ สแตรนด์, เมียนมา (The Strand)

4.เดอะ แรมแบคห์ พาเลซ, อินเดีย (The Rambagh Palace)

5.โซฟีเทล รีเจนด์ เมโทรโพล ฮานอย , เวียดนาม (Sofitel Legend Metropole Hanoi)

ผลสำรวจเผย อาหาร คือปัจจัยหลักในการเดินทางของนักท่องเที่ยวไทย

ผลสำรวจเผย อาหาร คือปัจจัยหลักในการเดินทางของนักท่องเที่ยวไทย

ผลสำรวจเผย อาหาร คือปัจจัยหลักในการเดินทางของนักท่องเที่ยวไทย

            ฮิลตัน เวิลด์ไวด์” บริษัทผู้ดำเนินธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ทชื่อดังของโลก เผยผลสำรวจพฤติกรรมของนักท่องเที่ยว ด้วยการทำแบบสอบถามต่าง ๆ เกี่ยวกับการท่องเที่ยว จากผู้คนจำนวน 2,700 คนใน 9 ประเทศทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

จากผลสำรวจพบว่า นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก จำนวน 1 ใน 3 หรือประมาณ 36% พิจารณาอาหารและเครื่องดื่มเป็นปัจจัยหลัก เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจเลือกสถานที่ท่องเที่ยว โดยมีผู้ตอบแบบสอบถามเพียง 5% เท่านั้น ที่ตอบว่า อาหารและเครื่องดื่มไม่ใช่ปัจจัยสำคัญในการเดินทาง

เพราะเหตุใดอาหาร จึงเป็นปัจจัยสำคัญของการเดินทางท่องเที่ยว?

ผลสำรวจแสดงให้เห็นว่า 34% ของจำนวนนักท่องเที่ยวชาวไทยระบุว่า “อาหารการกิน” คือปัจจัยสำคัญ ในการเลือกสถานที่ท่องเที่ยว ซึ่งนักท่องเที่ยว 92% ล้วนให้ความสำคัญกับการลองลิ้มชิมรสอาหารขึ้นชื่อ ไปจนถึงอาหารข้างทางและอาหารท้องถิ่น

ส่วนนักท่องเที่ยวอีก 90% มีความต้องการสัมผัสประสบการณ์อาหารมื้อพิเศษ เมื่อออกเดินทางเที่ยวเที่ยวไปยังสถานที่ต่าง ๆ และอีก 92% ต่างระบุว่า พวกเขาเลือกที่จะกลับไปเยือนสถานที่ท่องเที่ยวเดิมอีกครั้ง เนื่องจากรู้สึกประทับใจไปกับประสบการณ์มื้ออาหารและเครื่องดื่ม นอกจากนี้ ผลสำรวจยังบอกอีกว่า นักท่องเที่ยวชาวไทยกว่า 41% จัดสรรงบประมาณมากกว่าครึ่งหนึ่งต่อการเดินทาง เพื่อใช้จ่ายไปกับอาหารและเครื่องดื่ม

ประเทศที่นักท่องเที่ยวไทยลงความเห็น ว่ามีอาหารและเครื่องดื่มดีที่สุด

นักท่องเที่ยวชาวไทยจำนวนมาก ต่างโหวตให้ประเทศญี่ปุ่นเป็นอันดับ 1 ในด้านอาหารและเครื่องดื่ม ตามมาด้วยประเทศไทยในอันดับ 2 และเกาหลีอันดับ 3 ที่ถูกยกให้เป็นจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวด้านอาหาร ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค โดยให้ความสำคัญกับคุณภาพเป็นพิเศษ ไปจนถึงความเข้มข้นของรสชาติ ความปลอดภัย ความหลากหลาย และอาหารท้องถิ่นเป็นหลัก

รองประธานฝ่ายปฏิบัติการด้านอาหารและเครื่องดื่ม ของบริษัทฮิลตันเวิลด์ไวด์ ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า จากผลสำรวจดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า บริการด้านอาหารและเครื่องดื่ม ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกสถานที่ท่องเที่ยว ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มสูงมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สำหรับการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ มีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออุตสาหกรรมโรงแรมและที่พัก ซึ่งในอดีตนั้น โรงแรมเป็นเพียงสถานที่สำหรับใช้พักผ่อนเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งแตกต่างจากปัจจุบันมาก ดังนั้น โรงแรมต้องปรับเปลี่ยนและมุ่งเน้นบริการด้านอาหารและเครื่องดื่มเป็นพิเศษ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้เข้าพัก

ถนนแห่งอาหารในกรุงเทพฯ โดนใจนักท่องเที่ยว

ถนนแห่งอาหารในกรุงเทพฯ โดนใจนักท่องเที่ยว

ถนนแห่งอาหารในกรุงเทพฯ โดนใจนักท่องเที่ยว

สำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนไทยครั้งแรก ๆ จะรู้ได้เลยว่า ไม่ใช่เรื่องยากแต่อย่างใด ที่จะมองหาร้านอาหารข้างทาง ที่มีเรียงรายอยู่ตามถนนเกือบทุกซอกทุกมุม ซึ่งเต็มไปด้วยอาหารไทยรสชาติแสนอร่อยมากมาย เช่น ก๋วยเตี๋ยว หมูปิ้ง ผัดไทย และอื่น ๆ ที่สามารถหาทานได้ง่ายมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถนนสายอาหารเหล่าในกรุงเทพฯเหล่านี้ ที่เก็บรวบรวมของอร่อยไว้มากมาย ซึ่งต้องแวะไปเยือนให้ได้

1.เยาวราช ไชน่าทาวน์

หากชื่นชอบในรสชาติของอาหารไทย เรียกได้ว่า ไม่มีที่ไหนเทียบเท่าได้กับถนน “เยาวราช” แน่นอน เนื่องจากที่แห่งนื้คือย่านไชน่าทาวน์ จึงทำให้เต็มไปด้วยของอร่อยมากมาย มีจุดเด่นตรงร้านอาหารรถเข็นที่มากกว่า 100 ร้านค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อตกดึกที่แห่งนี้ก็จะยิ่งคึกคักและเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวจากหลายเชื่อชาติ

ที่สำคัญย่านไชน่าทาวน์แห่งนี้ ยังถือว่า เป็นถนนสายหารในตำนานแห่งหนึ่งของประเทศไทยอีกด้วย เพราะมีประวัติที่ยาวนานกว่า 200 ปี ตั่งแต่ครั้งที่กรุงเทพฯ ยังคงเป็นศูนย์การค้าหลักของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเชียงใต้เลยทีเดียว

2.ถนนรามบุตรี หรือซอยรามบุตรี

ถนนแห่งนี้ ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ เพราะเต็มไปด้วยเมนูอาหารรสชาติอร่อย ที่มีให้เลือกมากมาย สำหรับจุดเด่นของถนนรามบุตรีแห่งนี้ คือความสงบที่ไม่ค่อยมีความวุ่นวาย แตกต่างจากถนนสายอื่น ๆ

ที่สำคัญ ถนนรามบุตรีได้ถูกปรับโฉมใหม่แล้ว จึงเปรียบเสมือนกับขุมทรัพย์อาหารแห่งใหม่ในเมืองกรุงเทพฯไม่มีผิด นอกจากนี้แล้ว อาหารที่นี่ยังมีราคาถูกเป็นมิตรต่อเงินในกระเป๋าอีกด้วย ทำให้ถนนรามบุตรีแห่งนี้ เป็นอีกหนึ่งทางเลือกยอดนิยมของนักท่องเที่ยว

3.ถนนบางลำพู

ถนนบางลำพู ถือเป็นย่านที่มีความเก่าแก่ในกรุงเทพฯแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ไม่ไกลจากริมแม่น้ำเจ้าพระยาและพระบรมมหาราชวัง ที่แห่งนี้ จึงเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวแบคแพกเกอร์จากหลายเชื่อชาติจำนวนมาก ซึ่งถนนบางลำพูนั้น กินพื้นที่ไปถึงถนนข้าวสาร จึงสามารถเดินลัดเลาะไปเที่ยวตามสถานบันเทิงได้อีกด้วย

นักท่องเที่ยวที่มาพักผ่อนสุดสัปดาห์หรือจะเป็นผู้อยู่อาศัยในระแวกนี้ บางลำภูคือสถานที่ที่ควรแวะมา เพราะถนนอาหารสายนี้ เต็มไปร้านอาหารขึ้นชื่อราคาถูกรสชาติดี ที่ทำให้ใครหลายคนติดใจ

เทรนด์ท่องเที่ยวเชิงเชิงอนุรักษ์ กับความสำคัญของอาเซียน

เทรนด์ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ กับความสำคัญของอาเซียน

เทรนด์ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ กับความสำคัญของอาเซียน

            มีหลายปัจจัย ที่สามารถส่งเสริมการท่องเที่ยวในภูมิภาคอาเซียนได้ เช่น ธรรมชาติและสภาพแวดที่มีเสน่ห์ชวนหลงไหล การเพิ่มขึ้นของจำนวนนักท่องเที่ยวชนชั้นกลาง การเติบโตของสายการบินต้นทุนต่ำ หรือนักท่องเที่ยววัยเกษียณ ที่นิยมเดินทางเพื่อต้องการพักผ่อนควบคู่กับการบำบัดรักษาตัว เป็นต้น

จากงานประชุมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ของสมาคมอาเซียน ณ เมืองปากเซ ที่มีประเทศลาวเป็นเจ้าภาพจัดงานครั้งแรก ในฐานะประธานของอาเซียน ซึ่งไทยและลาวได้ร่วมลงนามในข้อตกลง ในเรื่องการท่องเที่ยวข้ามพรมแดน ที่ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มความสัมพันธ์และการค้าในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์

ประเทศลาว ทุ่มทุนไปกับโครงการต่าง ๆ เพื่อรองรับการท่องเที่ยว

ในช่วงที่ผ่านมากนั้น ประเทศลาวได้ทุ่มทุนไปกับโครงสร้างพื้นฐานในด้านสาธารณูปโภคและการคมนาคม เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกำจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้แล้ว ยังมีโครงการขยายสนามบินนานาชาติวัดไต และปรับปรุงสนามบินอีกหลายแห่ง ด้วยงบกว่า 61 ล้านดอลลาร์ โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จ ในปี ค.ศ. 2018 นี้

ทั้งนี้ ธุรกิจท่องเที่ยวเชิงอนุรักษณ์ในลาวถือว่ามีขนาดใหญ่ เนื่องจากประเทศแห่งนี้ เต็มไปด้วยทรัพยากรทางธรรมชาติ อีกทั้งยังมีสถานที่เอื้ออำนวยต่อการท่องเที่ยวอย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการเดินป่า การปั่นจักรยานตามเขตป่าสงวนและชุมชนท้องถิ่น ไปจนถึงการพายเรือและล่องแก่ง และอีกมากมาย

การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ถือเป็นเรื่องท่าทายอย่างยิ่ง

Raphael Kern ว่าที่ผู้จัดการทั่วไปของบริษัทนำเที่ยว Diethlem ในลาว เผยว่า การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์นั้น ถือเป็นความท้าทายอย่างหนึ่ง เพราะต้องมีการจัดโปรแกรมท่องเที่ยว ให้มีความเหมาะสมกับลูกค้าของแต่ละประเทศมากที่มีความต้องการแตกต่างกัน

ผู้จัดการท่านนี้ยังบอกอีกว่า หากเป็นนักท่องเที่ยวชาวจีน ทางบริษัทนำเที่ยว จำเป็นต้องมีเจ้าหน้าที่ที่สามารภพูดภาษาได้หลายคนไว้คอยบริการ ส่วนนักท่องเที่ยวชาวเกาหลีใต้ส่วนมากนิยมชอบช่วยเหลือตนเอง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากยุโรปจะมีความนิยมชมชอบการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์มากที่สุด

ประเทศลาวต้องเร่งมือ ตามการท่องเที่ยวในประเทศภูมิภาคอาเซียนให้ทัน

Klaus Schwettmann ตำแหน่งที่ปรึกษาด้านการท่องเที่ยวแบบยั่งยืนของบริษัท Green Discovery ให้ความเห็นว่า การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ประเทศลาวยังคงตามหลังประเภทเพื่อนบ้านในภูมิภาคนี้ ไทยยังคงมีความได้เปรียบกว่าเนื่องจากสถานที่ท่องเที่ยวหลายลาย โดยฉพาะชายหากที่สวยงาม

ทั้งนี้ ประเทศเมียนม่า ก็กำลังก้าวมาเป็นคู่แข่งรายใหม่ เนื่องจากมีทั้งธรรมชาติและวัฒนธรรมที่หลากหลาย ดังนั้นรัฐบาลลาวจำเป็นต้องเพิ่มการสนับสนุนภาคการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์มากกว่านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในด้านการออกนโยบายเพื่อปกป้องรักษาสิ่งแวดล้อม

ไทยอันดับ 4 ของเอเชีย โรงแรมที่นักท่องเที่ยวต้องการเข้าพัก

ไทยอันดับ 4 ของเอเชีย โรงแรมที่นักท่องเที่ยวต้องการเข้าพัก

ไทยอันดับ 4 ของเอเชีย โรงแรมที่นักท่องเที่ยวต้องการเข้าพัก

            โรงแรมในประเทศไทยสามารถติดอยู่ในอันดับ 4 ของเอเชีย ที่มีนักท่องเที่ยวต้องการเข้าพักมากที่สุด จากผลการตัดสินโรงแรมในดวงใจประจำปี 2018 จากนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่ใช้บริการจองที่พักผ่าน Hotel.comTM เป็นรองแค่เวียดนาม สำหรับโรงแรม 39 แห่งในประเทศไทย ถูกรับเลือกให้เป็นโรงแรมในดวงใจ ซึ่งกรุงเทพฯยังคงครองอันดับ 1 ส่วนโรงแรมในไทยที่ได้รับรางวัลโรงแรมในดวงใจนั้น มีถึง 10 แห่งด้วยกัน

สำหรับการมอบรางวัลโรงแรมในดวงใจดังกล่าว มาจากผลคะแนนของแขกผู้มาเข้าพักกว่า 25 ล้านคน ที่ใช้บริการจองที่พักผ่านเว็บไซต์ Hotel.com ทั้งนี้โรงแรมที่เข้ามาติดอันดับได้จะต้องได้คะแนนโหวต 9.4 คะแนน (จาก 10 คะแนน) หรือมากกว่านั้น

โรงแรมในกรุงเทพฯ ติดอันดับถึง 10 แห่ง

ในจังหวัดต่าง ๆ ทั่วไทย กรุงเทพฯยังคงเป็นจังหวัดที่มีโรงแรมหรูระดับ 5 ดาวและโรงแรมบูติดที่ติดอันดับชนะใจนักท่องเที่ยวมากที่สุดถึง 10 แห่งด้วยกัน ได้แก่ บ้านพระยาจ่าแสน, ดาราศรม โคโลเนียลเฮ้าส์, โรงแรมเวฟ กรุงเทพฯ, โรงแรมแมนดาริน โอเรียลเต็ล กรุงเทพฯ, โรงแรมเพนนินซูลา กรุงเทพฯ, โรงแรมอีสติน แกรนด์ สาธร, โอเรียลเต็ล เรสซิเดนซ์ กรุงเทพฯ, ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ และสุดท้าย เซอร์ยา กรุงเทพฯ

โรงแรมที่นักท่องเที่ยวโหวตว่าดีที่สุดแบ่งออกเป็น 7 หมวดด้วยกัน

1.โรงแรมสำหรับนักธุรกิจ: ได้แก่ โรงแรม เคมพินสกี กรุงเทพฯ, โรงแรมสุโขทัย กรุงเทพฯ

2.โรงแรมประเภทสปายอดเยี่ยม: ได้แก่ เจดับบลิว แมริออท ภูเก็ต รีสอร์ท แอนด์สปา, ไม้ขาวมันดารา รีสอร์ท แอนด์ สปา กะรนบีช, กะรน

3.ประเภทโรงแรมสุดหรู: ได้แก่ กีมาลา, กมลา พุทธรักษา หัวหิน รีสอร์ท

4.โรงแรมสำหรับครอบครัว: ได้แก่ โรงแรมไอคอน ภูเก็ต, กะรน บันยันทรี กรุงเทพฯ

5.โรงแรมสำหรับผู้มาเยือนครั้งแรก: ได้แก่ พาร์ค ไฮแฮท, กรุงเทพ โรงแรม เดอะ สลิล สุขุมวิท 57 – ทองหล่อ

6.โรงแรมติดชายหาดยอดเยี่ยม: ได้แก่ เทวาศรม หัวหิน รีสอร์ท ชะอำ เอาท์ทริกเกอร์ ลากูน่า ภูเก็ต บีชรีสอร์ท, เชิงทะเล

7.โรงแรมบูติค: ได้แก่ สรียา วิลล่า แอนด์ สวีทเกาะสมุย, ภารีสา รีสอร์ท ภูเก็ต

ผลการโหวตลงคะแนนดังกล่าว พบว่า ในกลุ่ม 5 ประเทศอันดับแรกมีโรงแรมที่ได้รับเลือกว่า “ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมากที่สุด” อเมริกายังนำโด่งเหนือประเทศอื่นด้วยจำนวนโรงแรมกว่า 1,498 แห่ง หากเทียวกับอิตาลีที่มีโรงแรมได้รับเลือกเพียง 232 แห่ง และสหราชอาณาจักรอังกฤษ 192 แห่ง แคนาดา 126 แห่ง และสเปน 101 แห่ง

ททท. เปิดตัวโครงการ อส. Social ชวนคนรุ่นใหม่ไปเที่ยวและนอนโฮมสเตย์ชุมชน

ททท. เปิดตัวโครงการ อส. Social ชวนคนรุ่นใหม่ไปเที่ยวและนอนโฮมสเตย์ชุมชน

ททท. เปิดตัวโครงการ อส. Social ชวนคนรุ่นใหม่ไปเที่ยวและนอนโฮมสเตย์ชุมชน

 

ททท. เปิดตัวโครงการ อส. Social อาสาสมัครชาวโซเชียล ร่วมโปรโมทชุมชนให้กระฉ่อนโซเชียล ชวนคนรุ่นใหม่ไปเที่ยวและนอนโฮมสเตย์ชุมชน แบบวันไนท์ สเตย์ วิท โลคอล One Night Stay with Locals”

 

กรุงเทพ 16 กรกฎาคม 2561 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) , บริษัท มิตรแท้ประกันภัย จำกัด (มหาชน) , บริษัท เอวิส เรนท์ อะ คาร์ , Read Me.me (รีดมีดอทมี) , เว็บไซต์ท่องเที่ยวทราเวลไอโกดอทคอท เปิดตัวโครงการ อส. Social รวมพลังอาสาสมัครชาวโซเชียลช่วยโปรโมทชุมชนไทยให้กระฉ่อนโซเชียล ชวนคนรุ่นใหม่ไปเที่ยวชุมชน

 

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่าการส่งเสริมให้คนรุ่นใหม่ไปเที่ยว

ททท. เปิดตัวโครงการ อส. Social ชวนคนรุ่นใหม่ไปเที่ยวและนอนโฮมสเตย์ชุมชน
ททท. เปิดตัวโครงการ อส. Social ชวนคนรุ่นใหม่ไปเที่ยวและนอนโฮมสเตย์ชุมชน

ชุมชน เป็นหนึ่งในโจทย์สำคัญของการทำการตลาดท่องเที่ยวชุมชน

จากข้อมูลที่ ททท. สำรวจความคิดเห็นของนักเดินทางคนรุ่นใหม่ พบว่า คนรุ่นใหม่ต้องการไปชุมชนที่มีกิจกรรมสนุก มีที่ให้ถ่ายรูปสวยๆ ไว้อัพเดทโปรไฟล์ มีอาหารท้องถิ่นที่นำเสนออย่างน่าสนใจเห็นแล้วต้องถ่ายรูป มีที่พักเก๋ๆ น่ารัก น่านอน และกลุ่มคนรุ่นใหม่ มองว่าข้อมูลชุมชนท่องเที่ยวที่ปรากฏอยู่บนสื่อออนไลน์ สื่อโซเชียลมีอยู่น้อยมาก ซึ่งยังไม่สามารถสร้างแรงบันดาลใจมากพอ

จากข้อมูลนี้ ททท. ได้นำมาเป็นแนวทางในการทำงานโดยเริ่มจากการคัดสรรชุมชนท่องเที่ยวตามโจทย์ ความสนใจของคนรุ่นใหม่ และเชิญทีมนักออกแบบจากคณะมนุษยศาสตร์และการจัดการการท่องเที่ยวมหาวิทยาลัยกรุงเทพ มาช่วยเพิ่มเติมเสน่ห์ชุมชนให้โดนใจคนรุ่นใหม่ ด้วยการออกแบบการนำเสนออาหารท้องถิ่น

 

 

 

 

ผวจ.เชียงรายเปิดประชุมความคิดเห็นผุดเส้นทางท่องเที่ยว 5 เชียง

ผวจ.เชียงรายเปิดประชุมความคิดเห็นผุดเส้นทางท่องเที่ยว 5 เชียง

ผวจ.เชียงรายเปิดประชุมความคิดเห็นผุดเส้นทางท่องเที่ยว 5 เชียง

            เมื่อเร็ว ๆ นี้ ณ โรงแรมดุสิตไอส์แลนด์ รีสอร์ท เชียงราย นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ว่าที่ ผวจ.เชียงราย เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมระดมความคิดเห็นเพื่อวิเคราะถึงศักยภาพต่าง ๆ ในการจัดทำเส้นทางท่องเที่ยว 5 เชียง โดยจะมีสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาประจำจังหวัดเชียงราย เป็นหน่วยงานดำเนินการ และนายกิตติ ทิศสกุล ว่าที่ประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวประจำจังหวัดเชียงราย มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย รวมถึงเครือข่ายภาครัฐ และเอกชนที่เกี่ยวข้องในภาคเหนือของไทย นอกจากนี้ยังมีประเทศเมียนมา สปป.ลาว และ มณฑลยูนนาน จีนด้วย โดยตลอดวันที่ 8-11 ม.ค.2561 จะมีการให้ข้อมูลเรื่อง 5 เชียง ซึ่งประกอบไปด้วย  เชียงราย เชียงใหม่ ประเทศไทย และเชียงตุง ที่ถือเป็นเมืองสำคัญในรัฐฉาน ประเทศเมียนมา เชียงรุ้งหรือจิ่งหง และเมืองเอกของเขตปกรองตนเองไตลื้อสิบสองปันนา เชียงทอง หรือ หลวงพระบาง ที่เป็นเมืองมรดกโลกในแขวงหลวงพระบาง สปป.ลาว ร่วมกันจัดเสวนาโดยผ่านการนำเสนอ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในหลายเรื่อง มีการระดมสมองของกลุ่มผู้ประกอบเกี่ยวกับเรื่องจุดแข็ง และจุดอ่อนการท่องเที่ยว 5 เชียง มีกิจกรรมศึกษาดูงานอกสถานที่ เสนอเส้นทางการท่องเที่ยว และกิจกรรมการท่องเที่ยวทั้งหมดของ 5 เชียง รับฟังแนวคิดกลุ่มผู้ร่วมประชุมเรื่องรูปแบบ และกิจกรรมการท่องเที่ยวเชื่อมโยงทั้งจังหวัด 5 เชียง เป็นต้น

นายณรงค์ศักดิ์ เผยว่า ในเรื่องของการท่องเที่ยวถือเป็นรายได้หลักในปี 60 ที่ผ่านมา โดยมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามามากที่สุดถึง 35 ล้านคนด้วยกัน อีกทั้งยังมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยในอนาคต รวมทั้งรายได้จากภาคการท่องเที่ยวยังคิดเป็น 15% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศหรือจีดีพีของไทย สำหรับ จ.เชียงรายนั้น มีนักท่องเที่ยว 4 ล้านคน และจ.เชียงใหม่อีก 10 ล้านคน แต่ยังไม่ทราบข้อมูลอีก 3 เชียงที่เหลืออยู่ ดังนั้นแล้วการส่งเสริมการท่องเที่ยวจึงเป็นจุดขายสำคัญอย่างมาก และหากประเทศในภูมิภาคนี้มาเข้าร่วมกัน ก็จะสามารถเชื่อมโยงเป็นพันธมิตรด้านการท่องเที่ยวได้ และเป็นการกระจายรายได้ด้านการท่องเที่ยวนี้ออกไปทั่วทั้งภูมิภาคได้อย่างแน่นอน

ทั้งนี้กลุ่มนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ในภูมิภาคยังคงเป็นกลุ่มชาวจีน และมีประเทศในกลุ่มอาเซียนด้วยกัน ซึ่งมีประชากรรวมกันถึงกว่า 600 ล้านคน ซึ่งเข้ามาในประเทศไทยและประเทศใกล้เคียง ดังนั้นถ้ากลุ่ม 5 เชียง สามารถพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวร่วมกันโดยอาศัยความมีที่มาที่ไปที่เชื่อมโยงและเล่าเรื่องราวความเป็นมาของ 5 เชียงร่วมกันได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีความสัมพันธ์ทางด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ก็จะกลายเป็นจุดขายที่สำคัญ กระนั้นสิ่งสำคัญอันดับแรกที่ต้องนึกถึงคือการทำความเข้าใจเรื่อง 5 เชียงกับผู้ที่จะมาทำงานร่วมกันก่อนนั่นเอง ซึ่งก็คือภาครัฐและเอกชนด้านการท่องเที่ยวทั้ง 4 ประเทศ