กรมอุทยานฯ ผุดไอเดีย จัดงานชมตัวเงินตัวทอง ส่งเสริมการท่องเที่ยว

กรมอุทยานฯ ผุดไอเดีย จัดงานชมตัวเงินตัวทอง ส่งเสริมการท่องเที่ยว

กรมอุทยานฯ ผุดไอเดีย จัดงานชมตัวเงินตัวทอง ส่งเสริมการท่องเที่ยว

            น.ส.กาญจนา นิตยะ ผอ.สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานฯ ผุดไอเดีย เชิญชวน กทม.จัดเทศกาลนับตัวเงินตัวทอง หรือ “ตัวเหี้ย” ณ สวนลุมพินี หลังจากประสานงานขอให้ช่วยจับไปปล่อย โดยอ้างว่ามีจำนวนตัวเหี้ยมากถึง 400 ตัว หวั่นสร้างผลกระทบต่อคนที่เดินทางมาเข้าใช้บริการสวนแห่งนี้

ซึ่งเจ้าหน้าที่เคยออกตรวจนับแล้วพบว่ามีจำนวนแค่ 160 ตัว เตรียมออกข้อเสนอให้จัดทำเขตพื้นที่พิเศษเพื่อชมตัวเหี้ยในเมืองกรุง เผยนักท่องเที่ยวต่างชาตินิยมมาดูตัวเหี้ยเป็นจำนวนมาก เพรามองเป็นเรื่องแปลกหาดูได้ยาก ที่คนสามารถใช้ชีวิตร่วมกันกับเหี้ยได้อย่างสงบสุข

ตัวเหี้ยเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองเพียงชนิดเดียว ที่สามารถอาศัยอยู่ในป่าเมืองหลวงได้

อย่างเช่นภายในสวนลุมฯ ที่มีจำนวนตัวเหี้ยอาศัยอยู่เป็นจำนวนและอยู่ร่วมกับคนได้อย่างสงบสุข สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่าจึงได้ให้ข้อเสนอแนะต่อ กทม.ไปว่า “ควรหันมาทำกิจกรรมนับตัวเหี้ยร่วมกัน” เพื่อให้ทราบถึงตัวเลขที่ยอมรับกันได้ทั้ง 2 ฝ่าย พร้อมกับเสนอแนะให้เด็กและเยาวชนที่สนใจเข้ามาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย ซึ่งกิจกรรมจะถูกจัดขึ้นในรูปแบบของงานเทศกาลนับเหี้ยสวนลุมฯ

“ตัวเหี้ย” คือแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติให้มาเยือนสวนลุมฯ

จากการสอบถามนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่เดินทางมาเยือนสวนลุมฯ จึงพบกับข้อมูลที่น่าสนใจ เนื่องจากนักท่องเที่ยวหลายคนที่เดินทางเข้ามาพักผ่อนหย่อนใจภายในสวนลุมฯ ก็เพื่อต้องการเข้าดูตัวเหี้ยให้เห็นกับตา เพราะที่บ้านเมืองของพวกเขาไม่มี จึงเป็นเรื่องที่แปลกและหาดูได้ยาก ที่คนสามารถใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับตัวเหี้ยได้อย่างสันติสุข “คนมาออกกำลังกายก็ทำหน้าที่ไป แต่เมื่อเห็นตัวเหี้ยข้ามถนนก็จะหยุดให้ข้ามทันที นับเป็นภาพที่ชวนดูอย่างยิ่ง” น.ส.กาญจนา นิตยะ ผอ.สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานฯ กล่าว

การจับตัวเหี้ยที่สวนลุมฯไปปล่อยตามพื้นที่อื่น ๆ ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาที่แท้จริง

ผอ.สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานฯ ยังกล่าวอีกว่า มาตรการจับตัวเหี้ยสวนลุมฯไปปล่อยที่อื่น ยังไม่ใช่การแก้ปัญหาที่แท้จริง เนื่องจากจะส่งผลให้พื้นที่การใช้ชีวิตของประชากรเหี้ยเพิ่มมากขึ้น มีอาหารกินที่อุดมสมบูรณ์มากขึ้น จากนั้นไม่นานประชากรตัวเหี้ยก็จะเพิ่มจำนวนขึ้นมาอีก ทำให้ไม่สามารภแก้ปัญหาได้

จึงได้เสนอถึงแนวทางควบคุมประชากรเหี้ยต่อทาง กทม.ว่า เมื่อเข้าสู่ฤดูวางไข่ของตัวเหี้ย ให้สั่งการเจ้าหน้าที่ภายในสวนลุมฯ ช่วยกันเก็บไข่ตัวเหี้ยส่วนหนึ่งออกมาทำลายคงดีกว่า ซึ่งในอนาคต กทม.และกรมอุทยานฯน่าจะทำโครงการเขตพื้นที่พิเศษชมตัวเหี้ยในเมือง เชื่อว่าน่าจะได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวจำนวนมาก

เปิดประสบการณ์ใหม่ให้นักท่องเที่ยว ไปกับโรงแรมสุดคูลจากทั่วโลก

เปิดประสบการณ์ใหม่ให้นักท่องเที่ยว ไปกับโรงแรมสุดคูลจากทั่วโลก

เปิดประสบการณ์ใหม่ให้นักท่องเที่ยว ไปกับโรงแรมสุดคูลจากทั่วโลก

            การออกเดินทางท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่าง ๆ ทั่วโลก นอกจากสถานที่ยอดนิยมที่ต้องไปเช็กอินให้ได้แล้ว เรื่องสถานที่พัก หรือโรงแรมเองก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะนักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยต่างก็ชื่นชอบสัมผัส ดื่มด่ำไปกับบรรยากาศของสถานที่พัก มากกว่าใช้เป็นแค่ที่ซุกหัวนอนเท่านั้น

ดังนั้นหากมีความต้องการเปิดประสบการณ์ที่แปลกใหม่ ไม่เหมือนใคร ทางเว็บไซต์ forbes.com ก็มี 5 โรงแรมสุดคูลมาแนะนำให้รู้จักกัน ซึ่งในจำนวนทั้งหมดนี้มีโรงแรมจากประเทศไทยรวมอยู่ด้วย!!!

1.เล่นสกีไปกับเหล่านักกีฬาโอลิมปิก The Chedi Andermatt (ประเทศสวิตเซอร์แลนด์)

แขกจำนวน 16 ท่าน ที่ได้มาเข้าพักในโรงแรมสุดหรู The Chedi Andermatt ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในช่วงระหว่างวันที่ 3-4 มินาคม ปี 2018 จะมีโอกาสได้ร่วมเล่นสกีในช่วงวันหยุดไปกับเหล่านักกีฬาสกีโอลิมปิกชื่อดัง อย่าง “มาร์โก บูเชล” ผู้มีประสบการณ์คว้าแชมป์โอลิมปิกฤดูหนาวมาถึง 6 สมัยด้วยกัน (1992-2010) นอกจากนี้แล้วยังได้ร่วมดินเนอร์ และสอบถามเคล็ดลับต่าง ๆ ในการเล่นสกีแบบไกล้ชิดได้อีกด้วย ซึ่งราคาแพกเกจที่พักในโรงแรม 1 คืน จะอยู่ที่ราคา 870 ฟรังก์สวิส หรือปะมาณ 29000 บาท

2.ร่วมทำวัตรไปกับพระสงฆ์  Gangtey Lodge (ประเทศภูฏาน)

เมื่อนักท่องเที่ยวมาพักที่ Gangtey Lodge ในประเทศภูฏาน จะมีโอกาสได้เข้าร่วมกิจกรรมทำวัตรเช้าสวดมนตร์ไปกับเหล่าพระสงฆ์ ในช่วงเวลา 05.15-06.15 น.ของทุกวัน (ยกเว้นวันอาทิตย์) หรือถ้าตื่นเช้าได้กว่าช่วงเวลานี้ ก็สามารถเข้าร่วมกิจกรรมเดินจงกรมในเวลาก่อนตี 5 ได้เช่นกัน โดยในช่วงเย็นตั่งแต่เวลา 17.30 น. เป็นต้นไป ทางโรงแรมจะมีการจัดที่พักให้แก่บรรดาแขกได้มานั่งปฏิบัติสมาธิร่วมกัน  ก่อนจะถึงการทำวัตรเย็น ในช่วงเวลา 18.09 – 19.15 น. เป็นต้นไป

3.รับประทานข้าวเที่ยงกับนักซูโม่ Palace Hotel (ประเทศญี่ปุ่น)

สำหรับโรงแรม  Palace Hotel แห่งนี้ ถือเป็นโรงแรมสุดคูลของประเทศญี่ปุ่น ที่จะมอบประสบการณ์ให้กับแขกที่มาเข้าพักได้พบปะกับนักกีฬาซูโม่ต้นฉบับของแท้แบบตัวเป็น ๆ ซึ่งถ้าหากมาเข้าพักในช่วง 2 อาทิตย์ก่อนมีการแข่งขันซูโม่ที่ Ryogoku Kokugikan ในกรุงโตเกียว (ช่วงเดือนมกราคม,พฤษภาคม และกันยายน) จะมีโอกาศได้ชมการฝึกซ้อมของเหล่านักกีฬาซูโม่ชื่อนากว่า 90 นาที ก่อนจะได้ไปเข้าร่วมรับประทานอาหารกลางวันด้วยกัน และปิดท้ายด้วยการเก็บภาพถ่ายเป็นที่ระลึก สำหรับแพกเกจของโรงแรมแห่งนี้ จะอยู่ที่ราคา 720000 เยน หรือราว 2 แสนกว่าบาทเลยทีเดียว

4.รับประทานข้าวบนต้นไม้ Soneva Kiri (ประเทศไทย)

โซเนวา คีรี (Soneva Kiri) ณ ประเทศไทยแห่งนี้ คือรีสอร์ทที่ตั้งอยู่บนเกาะกูด ที่มีความโดเด่นอยู่ที่ร้านอาหารบนต้นไม้ ที่แขกผู้มาเข้าพักจะได้รับความเป็นส่วนตัวอย่างมาก ไปกับตะอาหารที่ตั้งอยู่บนต้นไม้ ที่อยู่สูงจากพื้นดินประมาณ 5 เมตร ทำให้สามารถมองเห็นวิวต้นไม้ และทะเลในมุมมองที่ดูแปลกใหม่ออกไป พร้อมกับความตื่นตาตระการใจ จากพนักงานที่จะใช้สลิงค์โรยตัวลงมาเพื่อเสิร์ฟอาหารกันแบบสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

5.ชมฝูงค้างคาวบินนับนับล้าน Ted Turner Expeditions (ประเทศสหรัฐอเมริกา)

Ted Turner Expeditionsที่ตั้งอยู่ในรัฐนิวเม็กซิโก ประเทศสหรัฐอเมริกาแห่งนี้ เป็นบริษัทจัดทัวร์ และโรงแรมที่ผู้มีนามว่า “เท็ด เทอร์เนอร์” ผู้ก่อตั้งสถานีข่าว CNN เป็นเจ้าของ หากใครได้มาใช้บริการที่แห่งนี้ในช่วงฤดูร้อน จะได้สัมผัสประสบการณ์ไปกับการชมฝูงค้างคาวนับล้านตัวบินออกมาจากถ้ำ Jornada Bat Cave ในช่วงเย็นเพื่อออกล่าหาอาหาร