3 อันดับโรงแรมยอดนิยม สำหรับผู้หญิงสาวที่ชอบเที่ยวคนเดียว

3 อันดับโรงแรมยอดนิยม สำหรับผู้หญิงสาวที่ชอบเที่ยวคนเดียว

3 อันดับโรงแรมยอดนิยม สำหรับผู้หญิงสาวที่ชอบเที่ยวคนเดียว

            Rakuten Travel เว็บไซต์ผู้ให้บริการจอวที่พัก เผยการจัดอันดับโรงแรมผู้หญิงสาวชอบเที่ยวคนเดียวเลือกใช้มากที่สุด ประจำปี 2019 ซึ่งโรงแรมดังกล่าวนั้น ได้ดาวอยู่ที่ 4.5 ไปจนถึง 5 ดวงเต็ม อีกทั้งยังเป็นโรงแรมที่นักท่องเที่ยวเลือกใช้คีเวิร์ดในการค้านหาว่า “single traveller” ก็จะปรากฎขึ้นมาให้เลือกทันที่ สำหรับ 3 อันแรกที่ผู้หญิงสาวชื่นชอบการเดินทางท่องเที่ยวก็มีดังต่อไปนี้

1.Dogo Onsen Old England Dogo Yamanote Hotel (exterior & guest room)

“Dogo Onsen” เป็นโรงแรมที่ได้รับเลือกเข้ามาเป็นอันดับที่ 1 สำหรับผู้หญิงสาวที่ชอบเที่ยวคนเดียว มีผู้เข้าใช้บริการเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในช่วงท้าย ๆ ของปี อย่างเดือนธันวาคม เนื่องจากมีบ่อน้ำพุร้อนที่เหมาะเป็นอย่างยิ่งกับผู้หญิงสาวที่ชื่นชอบการเที่ยวคนเดียว

ส่วนตัวโรงแรมนั้นก็ให้กลิ่นอายของความเป็นอังกฤษได้ดี อีกทั้งภายในก็ถูกสรรสร้างบรรยากาศในสไตล์อังกฤษโบราณ จนเป็นเหตุผลที่ทำให้ผู้หญิงสาว เมื่อมาใช้บริการต่างก็ถูกอกถูกใจเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนี้ ที่ตั้งของโรงแรมอยู่ในจุดน้ำพุร้อนพอดิบพอดี จึงช่วยสร้างความสะดวกสบายให้กับการมาแช่น้ำพุร้อนในฤดูหนาว อีกทั้งยังอยู่ใกล้กับแหล่งท่องอื่น ๆ อีกด้วยเช่นกัน

2.Hotel Nikko Alivila (outdoor pool & guest room)

ใช้ระยะเวลาขับรถจากสนามบินาฮะ เพียงแค่ 70 นาที ก็สามาถพบเจอกับรีสอร์ทสีขาวโดดเด่นที่มีขนาดมหิมา ตั้งอยู่ภายในหมู่บ้านที่มีชื่อว่า Yomitan โดยหากมองออกจากภายในของโรมแรง ก็สามารถมองเห็นภาพวิวทิวทัศของหาดทรายขาวนิไร ที่มีความสวยสะอาดตาได้

นอกจากหาดทรายขาวที่มองเห็นจากภายนอกแล้ว ทุกบริเวณของภายในโรงแรม ก็ล้วนทำให้ทุกคนหลงไหลและเคลิบเคลิ้ม ไปกับบบรรยากาศที่แสนสวยงามของเกาะโอกินาวา หรือจังหวัดที่ตั้งอยู่ทางใต้สุดของญี่ปุ่นได้ ส่วนคนที่ขับรถไม่เป็นก็เลิกกังวลได้เลย เนื่องจากที่โรงแรมแห่งนี้ ได้จัดบริการ limousine bus จากสนามบินมุ่งตรงเข้าสู่โรงแรม เรียกได้ว่าสะดวกสบายสุด ๆ

3.Setre Glover’s House Nagasaki (lounge & guest room)

สำหรับโรงแรมแห่งนี้ เดิมทีแล้วเป็นที่ตั้งของบ้านของชาวต่างชาติมาก่อน จึงทำให้ภายในมีการตกแต่งออกไปทางแนวยุโรปโบราณ อีกทั้งยังให้ความรู้สึกได้ถึงความเป็นส่วนตัวไปด้วยพร้อม ๆ กัน โดยบริเวณเลาจน์ของโรงแรมก็มีบริการหนังสือฟรีมากกว่า 270 เล่ม ให้ได้เลือกอ่าน ควบคู่ไปกับบาร์เครื่องดื่มหลากหลายชนิด ที่สามารถเลือกดื่มในปริมาณมากเท่าไหร่ก็ได้

โดยโรงแรมแห่งนี้ ได้รองรองรับผู้หญิงสาวและนักเดินทางที่ชื่นชอบการเที่ยวคนเดียว ด้วยห้องขนาด 2 คน แต่ให้ผู้มาเยือนพักได้สบาย ๆ คนเดียว นอกจากนี้ ภายในห้องพักยังมีแชมพูออแกนิก ไปจนถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ที่มีความหรูหราเอาไว้อย่างครบครัน.

ทำความรู้จัก 3 พฤติกรรม ของนักท่องเที่ยวจีนยุคใหม่

ทำความรู้จัก 3 พฤติกรรม ของนักท่องเที่ยวจีนยุคใหม่

ทำความรู้จัก 3 พฤติกรรม ของนักท่องเที่ยวจีนยุคใหม่

            นักท่องเที่ยวชาวจีน” จัดอยู่ในกลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูงและทรงอิทธิพลเป็นลำดับต้น ๆ ของโลก อยู่ ณ ขณะนี้ เพราะนอกจากจะมากด้วยทั้งขนาดพื้นที่และประชากรแล้ว กำลังซื้อก็เพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้บริโภคจากเมืองรองของจีน เช่น หนาน, อู่ฮั่น, เจิ้งโจว, ฉือเจียจวง ที่นับว่ามีอัตราเติบโตอย่างต่อเนื่องและมีศักยภาพมากขึ้น

เปลี่ยนจากทัวร์ช้อปปิ้ง มาเป็นเดินทางท่องเที่ยวหาประสบการณ์มากขึ้น

ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานี้ การออกเดินทางท่องเที่ยวนอกประเทศของชาวจีนเริ่มเปลี่ยนไป จากเดิมที่เป็นนักช็อปตัวยง เปลี่ยนมาเป็นท่องเที่ยวแบบ experience หรือเพื่อหาประสบการณ์มากขึ้น จากรายงานของ Fung Global Retail & Techonlogy ในจีนได้เผยข้อมูลว่า

1.67% ของนักท่องเที่ยวที่สำรวจ เดินทางมากกว่าหนึ่งครั้งในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา

2.โดยพวกเขาได้เข้าเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยว โดยเฉลี่ย 2.3 แห่ง

3.นอกเหนือจากการช้อปปิ้ง พวกเขาปรารถนาวิถีชีวิตและประสบการณ์ในการเดินทางไปต่างประเทศ

4.ญี่ปุ่นกลายเป็นปลายทางยอดนิยม 55 %, ฮ่องกง 35 % และเกาหลีใต้ 27 %

นักท่องเที่ยวจีนจากเมืองรอง เริ่มออกเดนทางเที่ยวและมีอัตราใช้จ่ายมากกว่าเมืองหลัก

ผลสำรวจดังกล่าว ยังได้เปรียบเทียบพฤติกรรมนักท่องเที่ยวชาวจีนจากเมืองหลักและเมืองรองไว้ด้วยเช่นกัน โดยมีดังต่อไปนี้

1.นักท่องเที่ยวเมืองหลัก (Tier-1): มีอัตราการใช้จ่ายสำหรับการท่องเที่ยวนอกประเทศ 2,330 เหรียญสหรัฐฯ และท่องเที่ยวโดยเฉลี่ย 2.0 ครั้งต่อปี

2.นักท่องเที่ยวเมืองรอง (Tier-2): มีอัตราการใช้จ่ายสำหรับการท่องเที่ยวนอกประเทศ 2,449 เหรียญสหรัฐฯ และท่องเที่ยวโดยเฉลี่ย 1.9 ครั้งต่อปี

3.นักท่องเที่ยวจีนพึ่งพิงสื่อออนไลน์มากขึ้น แม้เดินทางไปเยือนต่างประเทศ

พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวชาวจีน ที่นิยมใช้สมาร์ทโฟนมากขึ้น ประกอบกับความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ด้วยเหตุนี้ ไม่ว่าจะอาศัยในประเทศหรือออกไปเที่ยวต่างประเทศ นักท่องเที่ยวชาวจีนก็ยังคงมีฤติกรรมติดมือถือ โดยการเปิดใชบริการโรมมิ่งหรือซื้อซิมการ์ดใหม่ภายในประเทศต้นทางต่าง ๆ จากผลสำรวจแสดงให้เห็นว่า

1.72% ของนักท่องเที่ยวชาวจีนนิยมใช้สื่อออนไลน์ เพื่อหาข้อมูลก่อนวางแผนเดินทาง

2.98 % ของนักท่องเที่ยวจีนนิยมใช้สมาร์ทโฟนภายในต่างประเทศ

3.82 % ใช้สมาร์ทเพื่อติดต่อกับเพื่อน หรือญาติที่ไม่ได้เดินทางมาด้วย

4.73 % ใช้สมาร์ทโฟนเพื่อค้นหาข้อมูลระหว่างการเดินทาง.

ผู้ว่าการ ททท.มั่นใจ กลยุทธ์เพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว ต้องเป็นไปตามเป้าหมาย

ผู้ว่าการ ททท.มั่นใจ กลยุทธ์เพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว ต้องเป็นไปตามเป้าหมาย

ผู้ว่าการ ททท.มั่นใจ กลยุทธ์เพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว ต้องเป็นไปตามเป้าหมาย

            จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติและรายได้จากอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี จากจำนวนนักท่องเที่ยวราว 30 ล้านคน ภายในปี 2558 เพิ่มขึ้นเป็น 38 ล้านคน ภายในปี 2561 พร้อมกับตั้งเป้าไว่ว่า ในปี 2562 นักท่องเที่ยวจะต้องเพิ่มจำนวนขึ้นเป็น 40-41 ล้านคน และรายได้ต้องอยู่ที่ ประมาณ 2.2 ล้านล้านบาท

นักท่องเที่ยวจีนในปี 2562 ยังคงมีอัตราเติบโต

ยุทธศักดิ์ สุภสร ตำแหน่งผู้ว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์เรือล่มภูเก็ต ก.ค. ปี 2561 พบว่า ในเดือนตุลาคม กลุ่มนักท่องเที่ยวจีนมีจำนวนลดลงอย่างต่อเนื่อง ถึง 20% พอเดือน พ.ย. และ ธ.ค. ตัวเลขก็ปรับทิศทางดีขึ้น ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวจีนตลอดทั้งปี 2561 อยู่ที่ประมาณ 10.5 ล้านคน จากปี 2560 จำนวน 9.8 ล้านคน หรือเติบโตขึ้นในอัตรา 8% -10%

“ข่าวบางสำนัก รายงานว่า นักท่องเที่ยวจีนหายไปครึ่งหนึ่ง อาจจะไม่ถูกต้องเสยทีเดียว เพราะในช่วง 2 เดือนหลังก็จำนวนนักท่องเที่ยวก็ทยอยกลับมาบ้างแล้ว ถึงแม้จะมีไม่มากเหมือนเช่นที่ผ่านมา เนื่องจาก ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2561 จำนวนนักท่องเที่ยวเคยโตมากถึง 25% ดังนั้น ในปี 2562 ผมยังคงมีความเชื่อ ว่านักท่องเที่ยวชาวจีนยังเติบโตต่อไป ในความรู้สึกของคนจีนยังมองประเทศไทยในมุมที่ดีเสมอ” ผู้ว่า ททท กล่าง

ลดความเสี่ยงตลาดนักท่องเที่ยวจีน โฟกัสตลาดนักท่องเที่ยวอาเซียนมากขึ้น

หลังจาก ครม.มีมติเห็นชอบ ให้ขยายระยะเวลายกเว้นการจัดเก็บค่าธรรมเนียมกับนักท่องเที่ยว จำนวน 20 ประเทศ และ 1 เขตเศรษฐกิจ (ไต้หวัน) โดยจะทำการขยายเวลาเพิ่มขึ้น จากเดิมจะสิ้นสุดในวันที่ 14 ม.ค. นี้ ไปสิ้นสุดภายในวันที่ 30 เม.ย. 2562

ผลจากประกาศใช้มาตรากมาตรการดังกล่าว ส่งผลให้เกิดการหลั่งไหลของนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ไม่ใช่แค่เฉพาะ นักท่องเที่ยวจีนเท่านั้น แต่จะมีนักท่องเที่ยวจากชาติอื่น ๆ เดินทางเข้ามาประเทศไทยด้วย เช่น อินเดีย ซึ่งจัดเป็นตลาดที่มีความน่าสนใจอย่างยิ่ง เนื่องจากอินเดียเป็นหนึ่งในประเทศ ที่มีอัตราการเจริญเติบโตของนักท่องเที่ยวสูงมาก จากสถิติ พบว่ามีการขยายตัวค่อนข้างเร็ว ภายในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา หรือเติบโตสูงถึง 20%

ททท.ตั้งเป้าไว้ว่า หากปี 2562 นี้ มีจำนวนนักท่องเที่ยวจีนเดินทางมาเยือนประเทศไทย ประมาณ 12 ล้านคน ก็จะต้องมีจำนวนนักท่องเที่ยวชาวอาเซียนประมาณ 10 ล้านคน อินเดียอีก 2 ล้านคน รวมเป็น 12 ล้านคน จำนวนที่เหลือคือนักท่องเที่ยวจากประเทศอื่น ๆ อีก 20 ล้านคน.

กรมอุทยานฯ ผุดไอเดีย จัดงานชมตัวเงินตัวทอง ส่งเสริมการท่องเที่ยว

กรมอุทยานฯ ผุดไอเดีย จัดงานชมตัวเงินตัวทอง ส่งเสริมการท่องเที่ยว

กรมอุทยานฯ ผุดไอเดีย จัดงานชมตัวเงินตัวทอง ส่งเสริมการท่องเที่ยว

            น.ส.กาญจนา นิตยะ ผอ.สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานฯ ผุดไอเดีย เชิญชวน กทม.จัดเทศกาลนับตัวเงินตัวทอง หรือ “ตัวเหี้ย” ณ สวนลุมพินี หลังจากประสานงานขอให้ช่วยจับไปปล่อย โดยอ้างว่ามีจำนวนตัวเหี้ยมากถึง 400 ตัว หวั่นสร้างผลกระทบต่อคนที่เดินทางมาเข้าใช้บริการสวนแห่งนี้

ซึ่งเจ้าหน้าที่เคยออกตรวจนับแล้วพบว่ามีจำนวนแค่ 160 ตัว เตรียมออกข้อเสนอให้จัดทำเขตพื้นที่พิเศษเพื่อชมตัวเหี้ยในเมืองกรุง เผยนักท่องเที่ยวต่างชาตินิยมมาดูตัวเหี้ยเป็นจำนวนมาก เพรามองเป็นเรื่องแปลกหาดูได้ยาก ที่คนสามารถใช้ชีวิตร่วมกันกับเหี้ยได้อย่างสงบสุข

ตัวเหี้ยเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองเพียงชนิดเดียว ที่สามารถอาศัยอยู่ในป่าเมืองหลวงได้

อย่างเช่นภายในสวนลุมฯ ที่มีจำนวนตัวเหี้ยอาศัยอยู่เป็นจำนวนและอยู่ร่วมกับคนได้อย่างสงบสุข สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่าจึงได้ให้ข้อเสนอแนะต่อ กทม.ไปว่า “ควรหันมาทำกิจกรรมนับตัวเหี้ยร่วมกัน” เพื่อให้ทราบถึงตัวเลขที่ยอมรับกันได้ทั้ง 2 ฝ่าย พร้อมกับเสนอแนะให้เด็กและเยาวชนที่สนใจเข้ามาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย ซึ่งกิจกรรมจะถูกจัดขึ้นในรูปแบบของงานเทศกาลนับเหี้ยสวนลุมฯ

“ตัวเหี้ย” คือแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติให้มาเยือนสวนลุมฯ

จากการสอบถามนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่เดินทางมาเยือนสวนลุมฯ จึงพบกับข้อมูลที่น่าสนใจ เนื่องจากนักท่องเที่ยวหลายคนที่เดินทางเข้ามาพักผ่อนหย่อนใจภายในสวนลุมฯ ก็เพื่อต้องการเข้าดูตัวเหี้ยให้เห็นกับตา เพราะที่บ้านเมืองของพวกเขาไม่มี จึงเป็นเรื่องที่แปลกและหาดูได้ยาก ที่คนสามารถใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับตัวเหี้ยได้อย่างสันติสุข “คนมาออกกำลังกายก็ทำหน้าที่ไป แต่เมื่อเห็นตัวเหี้ยข้ามถนนก็จะหยุดให้ข้ามทันที นับเป็นภาพที่ชวนดูอย่างยิ่ง” น.ส.กาญจนา นิตยะ ผอ.สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานฯ กล่าว

การจับตัวเหี้ยที่สวนลุมฯไปปล่อยตามพื้นที่อื่น ๆ ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาที่แท้จริง

ผอ.สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานฯ ยังกล่าวอีกว่า มาตรการจับตัวเหี้ยสวนลุมฯไปปล่อยที่อื่น ยังไม่ใช่การแก้ปัญหาที่แท้จริง เนื่องจากจะส่งผลให้พื้นที่การใช้ชีวิตของประชากรเหี้ยเพิ่มมากขึ้น มีอาหารกินที่อุดมสมบูรณ์มากขึ้น จากนั้นไม่นานประชากรตัวเหี้ยก็จะเพิ่มจำนวนขึ้นมาอีก ทำให้ไม่สามารภแก้ปัญหาได้

จึงได้เสนอถึงแนวทางควบคุมประชากรเหี้ยต่อทาง กทม.ว่า เมื่อเข้าสู่ฤดูวางไข่ของตัวเหี้ย ให้สั่งการเจ้าหน้าที่ภายในสวนลุมฯ ช่วยกันเก็บไข่ตัวเหี้ยส่วนหนึ่งออกมาทำลายคงดีกว่า ซึ่งในอนาคต กทม.และกรมอุทยานฯน่าจะทำโครงการเขตพื้นที่พิเศษชมตัวเหี้ยในเมือง เชื่อว่าน่าจะได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวจำนวนมาก

เปิดประสบการณ์ใหม่ให้นักท่องเที่ยว ไปกับโรงแรมสุดคูลจากทั่วโลก

เปิดประสบการณ์ใหม่ให้นักท่องเที่ยว ไปกับโรงแรมสุดคูลจากทั่วโลก

เปิดประสบการณ์ใหม่ให้นักท่องเที่ยว ไปกับโรงแรมสุดคูลจากทั่วโลก

            การออกเดินทางท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่าง ๆ ทั่วโลก นอกจากสถานที่ยอดนิยมที่ต้องไปเช็กอินให้ได้แล้ว เรื่องสถานที่พัก หรือโรงแรมเองก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะนักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยต่างก็ชื่นชอบสัมผัส ดื่มด่ำไปกับบรรยากาศของสถานที่พัก มากกว่าใช้เป็นแค่ที่ซุกหัวนอนเท่านั้น

ดังนั้นหากมีความต้องการเปิดประสบการณ์ที่แปลกใหม่ ไม่เหมือนใคร ทางเว็บไซต์ forbes.com ก็มี 5 โรงแรมสุดคูลมาแนะนำให้รู้จักกัน ซึ่งในจำนวนทั้งหมดนี้มีโรงแรมจากประเทศไทยรวมอยู่ด้วย!!!

1.เล่นสกีไปกับเหล่านักกีฬาโอลิมปิก The Chedi Andermatt (ประเทศสวิตเซอร์แลนด์)

แขกจำนวน 16 ท่าน ที่ได้มาเข้าพักในโรงแรมสุดหรู The Chedi Andermatt ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในช่วงระหว่างวันที่ 3-4 มินาคม ปี 2018 จะมีโอกาสได้ร่วมเล่นสกีในช่วงวันหยุดไปกับเหล่านักกีฬาสกีโอลิมปิกชื่อดัง อย่าง “มาร์โก บูเชล” ผู้มีประสบการณ์คว้าแชมป์โอลิมปิกฤดูหนาวมาถึง 6 สมัยด้วยกัน (1992-2010) นอกจากนี้แล้วยังได้ร่วมดินเนอร์ และสอบถามเคล็ดลับต่าง ๆ ในการเล่นสกีแบบไกล้ชิดได้อีกด้วย ซึ่งราคาแพกเกจที่พักในโรงแรม 1 คืน จะอยู่ที่ราคา 870 ฟรังก์สวิส หรือปะมาณ 29000 บาท

2.ร่วมทำวัตรไปกับพระสงฆ์  Gangtey Lodge (ประเทศภูฏาน)

เมื่อนักท่องเที่ยวมาพักที่ Gangtey Lodge ในประเทศภูฏาน จะมีโอกาสได้เข้าร่วมกิจกรรมทำวัตรเช้าสวดมนตร์ไปกับเหล่าพระสงฆ์ ในช่วงเวลา 05.15-06.15 น.ของทุกวัน (ยกเว้นวันอาทิตย์) หรือถ้าตื่นเช้าได้กว่าช่วงเวลานี้ ก็สามารถเข้าร่วมกิจกรรมเดินจงกรมในเวลาก่อนตี 5 ได้เช่นกัน โดยในช่วงเย็นตั่งแต่เวลา 17.30 น. เป็นต้นไป ทางโรงแรมจะมีการจัดที่พักให้แก่บรรดาแขกได้มานั่งปฏิบัติสมาธิร่วมกัน  ก่อนจะถึงการทำวัตรเย็น ในช่วงเวลา 18.09 – 19.15 น. เป็นต้นไป

3.รับประทานข้าวเที่ยงกับนักซูโม่ Palace Hotel (ประเทศญี่ปุ่น)

สำหรับโรงแรม  Palace Hotel แห่งนี้ ถือเป็นโรงแรมสุดคูลของประเทศญี่ปุ่น ที่จะมอบประสบการณ์ให้กับแขกที่มาเข้าพักได้พบปะกับนักกีฬาซูโม่ต้นฉบับของแท้แบบตัวเป็น ๆ ซึ่งถ้าหากมาเข้าพักในช่วง 2 อาทิตย์ก่อนมีการแข่งขันซูโม่ที่ Ryogoku Kokugikan ในกรุงโตเกียว (ช่วงเดือนมกราคม,พฤษภาคม และกันยายน) จะมีโอกาศได้ชมการฝึกซ้อมของเหล่านักกีฬาซูโม่ชื่อนากว่า 90 นาที ก่อนจะได้ไปเข้าร่วมรับประทานอาหารกลางวันด้วยกัน และปิดท้ายด้วยการเก็บภาพถ่ายเป็นที่ระลึก สำหรับแพกเกจของโรงแรมแห่งนี้ จะอยู่ที่ราคา 720000 เยน หรือราว 2 แสนกว่าบาทเลยทีเดียว

4.รับประทานข้าวบนต้นไม้ Soneva Kiri (ประเทศไทย)

โซเนวา คีรี (Soneva Kiri) ณ ประเทศไทยแห่งนี้ คือรีสอร์ทที่ตั้งอยู่บนเกาะกูด ที่มีความโดเด่นอยู่ที่ร้านอาหารบนต้นไม้ ที่แขกผู้มาเข้าพักจะได้รับความเป็นส่วนตัวอย่างมาก ไปกับตะอาหารที่ตั้งอยู่บนต้นไม้ ที่อยู่สูงจากพื้นดินประมาณ 5 เมตร ทำให้สามารถมองเห็นวิวต้นไม้ และทะเลในมุมมองที่ดูแปลกใหม่ออกไป พร้อมกับความตื่นตาตระการใจ จากพนักงานที่จะใช้สลิงค์โรยตัวลงมาเพื่อเสิร์ฟอาหารกันแบบสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

5.ชมฝูงค้างคาวบินนับนับล้าน Ted Turner Expeditions (ประเทศสหรัฐอเมริกา)

Ted Turner Expeditionsที่ตั้งอยู่ในรัฐนิวเม็กซิโก ประเทศสหรัฐอเมริกาแห่งนี้ เป็นบริษัทจัดทัวร์ และโรงแรมที่ผู้มีนามว่า “เท็ด เทอร์เนอร์” ผู้ก่อตั้งสถานีข่าว CNN เป็นเจ้าของ หากใครได้มาใช้บริการที่แห่งนี้ในช่วงฤดูร้อน จะได้สัมผัสประสบการณ์ไปกับการชมฝูงค้างคาวนับล้านตัวบินออกมาจากถ้ำ Jornada Bat Cave ในช่วงเย็นเพื่อออกล่าหาอาหาร